สิวเป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย ไม่ว่าจะเป็นช่วงวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ การเป็นสิวส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นใจ การเข้าสังคม และสภาพจิตใจ ทำให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวลในชีวิตประจำวัน การรักษาสิวนั้นมีหลายรูปแบบตั้งแต่การปรับพฤติกรรม การรักษาความสะอาด ไปจนถึงการใช้ยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสิวมีความรุนแรงและจำเป็นต้องใช้ยารับประทานในกลุ่มกรดวิตามินเออย่าง isotretinoin ซึ่งเป็นยารักษาสิวเรื้อรัง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นยาควบคุมพิเศษที่มีข้อควรระวังรอบด้าน ควรหาคลินิกรักษาสิวใกล้ ๆ เพื่อเข้าปรึกษา และทำความเข้าใจข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ isotretinoin จะช่วยให้เราสามารถดูแลผิวพรรณได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
ทำความรู้จักยา Isotretinoin
ยา isotretinoin คือ สารสังเคราะห์ที่เป็นอนุพันธ์จากกรดวิตามินเอ (Retinoids) ชนิดรับประทาน ซึ่งทางการแพทย์จัดให้เป็นยาควบคุมพิเศษเนื่องจากมีผลข้างเคียงที่รุนแรงและต้องการการควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด ยาชนิดนี้เป็นที่รู้จักในตลาดภายใต้ชื่อทางการค้าหลากหลายชื่อ เช่น Roaccutane, Acnotin, Sotret หรือ Isotane ยาชนิดนี้มีเป้าหมายหลักในการรักษาสิวที่มีอาการรุนแรงมาก เช่น สิวหัวช้าง สิวอักเสบที่เป็นถุงซิสต์ขนาดใหญ่ หรือสิวเรื้อรังที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น ไม่ใช่ยารักษาสิวธรรมดาที่หากคิดระลึกอยากจะทานก็สามารถหาซื้อได้เองตามร้านขายยาทั่วไป เนื่องจากกระบวนการทำงานของยาตัวนี้ส่งผลต่อระบบต่าง ๆ การใช้ยาจึงต้องเริ่มต้นจากการตรวจร่างกายอย่างละเอียด การคำนวณปริมาณยาที่เหมาะสมตามน้ำหนักตัวโดยแพทย์ และการติดตามผลอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
กลไกการออกฤทธิ์ ของยารักษาสิว Isotretinoin

isotretinoin สามารถจัดการกับต้นเหตุของการเกิดสิวได้ กระบวนการทำงานจะเข้าไปปรับเปลี่ยนและยับยั้งปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดสิวในชั้นผิวหนัง โดยกลไกการออกฤทธิ์หลัก ๆ แบ่งออกเป็น 4 กระบวนการสำคัญ ดังนี้
1.ลดการทำงานของต่อมไขมัน
สาร isotretinoin มีฤทธิ์โดยตรงในการยับยั้งและลดขนาดของต่อมไขมันทั่วร่างกายให้เล็กลง ส่งผลให้การผลิตน้ำมันหรือซีบัม (Sebum) บนผิวหนังลดน้อยลง เมื่อผิวของพวกเรามีความมันลดลง สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดสิวก็จะเปลี่ยนไป ความแห้งของผิวที่เกิดขึ้นในช่วงทานยาจะช่วยลดการสะสมของน้ำมันส่วนเกิน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการอุดตันและเกิดสิวใหม่ในระยะยาว
2.ลดการอุดตันของรูขุมขน
กลไกต่อมาคือการเข้าไปปรับสมดุลและควบคุมกระบวนการสร้างเซลล์ผิวหนัง (Keratinization) ในรูขุมขน โดยปกติสิวอุดตันจะเกิดจากการที่เซลล์ผิวเก่าผลัดตัวช้าและจับตัวกันขวางทางระบายน้ำมัน แต่เมื่อ isotretinoin เข้าไปออกฤทธิ์ จะช่วยลดความเหนียวของเซลล์ผิวหนังและเร่งการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไปตามธรรมชาติ ทำให้ลดการสิวอุดตันได้
3.ลดปริมาณเชื้อแบคทีเรีย C. acnes
แบคทีเรีย Cutibacterium acnes หรือชื่อเดิมที่คุ้นเคยกันคือ Propionibacterium acnes (P. acnes) เป็นแบคทีเรียสายพันธุ์ที่เจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่อับอากาศและกินน้ำมันบนผิวเป็นอาหาร การที่ยา isotretinoin เข้าไปตัดวงจรอาหารด้วยการลดการผลิตไขมัน และเปิดรูขุมขนให้โล่งขึ้น จึงสามารถลดจำนวนของเชื้อ C. acnes ลงได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเชื้อดื้อยาในอนาคตได้อีกด้วย
4.ลดการอักเสบ
นอกเหนือจากการกำจัดสิ่งอุดตันและเชื้อแบคทีเรียแล้ว isotretinoin ยังมีคุณสมบัติในด้านการต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory) โดยตัวยาจะเข้าไปยับยั้งการหลั่งสารเคมีและเม็ดเลือดขาวที่กระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบในชั้นผิวหนัง ส่งผลให้สิวอักเสบเม็ดใหญ่ สิวหัวช้าง หรือสิวหนองที่บวมแดงยุบตัวลงได้ ช่วยปกป้องเนื้อเยื่อผิวไม่ให้ถูกทำลายจนกลายเป็นรอยแผลเป็นหรือหลุมสิวลึกหลังสิวหาย
ยารักษาสิว Isotretinoin อันตรายจริงไหม

หากถามว่ายารักษาสิว isotretinoin อันตรายจริงไหม คำตอบคือ ยานี้มีความอันตรายและมีความเสี่ยงสูงจริงหากนำมาใช้ผิดวิธี ยาตัวนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาควบคุมพิเศษ เนื่องจากตัวยามีผลข้างเคียงที่รุนแรงต่อระบบอวัยวะภายใน เช่น ตับ ระบบไขมันในเลือด และที่ร้ายแรงที่สุดคือการทำให้ทารกในครรภ์พิการแต่กำเนิด
แต่คำว่าอันตรายในที่นี้จะเกิดขึ้นเมื่อมีการซื้อยา isotretinoin มารับประทานเองโดยไม่มีการตรวจเลือด หรือเกินขนาดที่ร่างกายรับได้ ในทางกลับกัน หากใช้ยาภายใต้การดูแล การคำนวณโดส และการติดตามผลการทำงานของตับและไขมันโดยแพทย์ผิวหนังอย่างใกล้ชิด ยานี้จะกลายเป็นเครื่องมือที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการรักษาสิว
ข้อบ่งชี้ในการใช้ยา
- ผู้ที่มีภาวะสิวอักเสบรุนแรงมาก เป็นสิวหัวช้าง หรือสิวเม็ดใหญ่ที่เป็นถุงซีสต์กระจายตัวเป็นจำนวนมาก
- ผู้ที่มีปัญหาสิวเรื้อรังยาวนาน ซึ่งผ่านการรักษาด้วยวิธีมาตรฐาน เช่น การทายาละลายหัวสิวร่วมกับการรับประทานยาปฏิชีวนะแล้วไม่ได้ผล
- ผู้ที่เป็นสิวชนิดที่มีแนวโน้มจะทิ้งรอยแผลเป็นถาวร รอยดำรอยแดงลึก หรือเกิดหลุมสิวขนาดใหญ่ ซึ่งส่งผลต่อโครงสร้างผิวอย่างรุนแรง
- ผู้ที่มีความเครียดสะสมหรือมีปัญหาด้านจิตใจอย่างรุนแรงจากสิว จนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันและการเข้าสังคมของพวกเรา
- ผู้ที่มีโรคผิวหนังอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ภาวะต่อมไขมันโตผิดปกติ หรือกลุ่มอาการขนคุดอุดตันรุนแรง
ผลกระทบจากการใช้ยา Isotretinoin

ตัวยา isotretinoin ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของร่างกายในหลาย ๆ ด้าน จึงจำเป็นต้องรับรู้และเข้าใจถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นก่อน เพื่อการเตรียมตัวและการดูแลตัวเองอย่างถูกต้องระหว่างการรักษา ดังนี้
ปากแห้ง ตาแห้ง ผิวแห้งลอก
ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุดจนแทบจะเรียกได้ว่าเกิดขึ้นกับทุกคนที่ทานยา isotretinoin คืออาการริมฝีปากแห้งแตก ผิวหนังแห้งลอกเป็นขุย และตาแห้ง เนื่องจากยาจะไปลดการผลิตน้ำมันจากต่อมไขมันและต่อมเมือกทั่วร่างกาย
ภาวะผิวไวต่อแสง
ระหว่างที่ร่างกายได้รับยา isotretinoin ผิวชั้นนอกจะบางลงและมีความอ่อนแอชั่วคราว ทำให้เกิดภาวะผิวไวต่อแสงแดดและรังสีรังสียูวีอย่างมาก หากไปทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือโดนแดดจัดโดยไม่มีการป้องกัน ผิวจะเกิดอาการแดง ไหม้ แสบ และหมองคล้ำได้ง่ายกว่าปกติ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องปฏิบัติควบคู่กับการรับประทานยา คือการหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด การสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด และการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ และ PA++++ เป็นประจำทุกวันเพื่อปกป้องผิว
ภาวะไขมันในเลือดสูง
ยา isotretinoin มีผลกระตุ้นให้ระดับไขมันในกระแสเลือดสูงขึ้น โดยเฉพาะสารไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) และคอเลสเตอรอล (Cholesterol) รวมถึงอาจส่งผลต่อการทำงานของตับทำให้เกิดภาวะตับอักเสบได้ หากค่าไขมันสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานโดยไม่มีการควบคุม อาจเสี่ยงต่อภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ด้วยเหตุนี้ แพทย์จึงต้องทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจดูค่าตับและค่าไขมันก่อนเริ่มยาและนัดตรวจซ้ำทุก ๆ 1-2 เดือน
อาการปวดกล้ามเนื้อ/กระดูก
การรับประทานยา isotretinoin อาจส่งผลให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และกระดูกได้ในผู้ป่วยบางราย โดยอาการปวดมักจะเด่นชัดขึ้นหลังจากการออกกำลังกายที่ใช้แรงมากหรือการทำกิจกรรมที่หักโหม เพราะการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อความหนาแน่นของกระดูกในกลุ่มเด็กและวัยรุ่นที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต ดังนั้นในระหว่างการรักษา ควรปรับเปลี่ยนมาเป็นการออกกำลังกายเบา ๆ และหากมีอาการปวดข้อหรือกล้ามเนื้อรุนแรงต้องรีบปรึกษาแพทย์เพื่อปรับขนาดยา
การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือภาวะซึมเศร้า
แม้ว่าจะพบได้ในอัตราส่วนที่น้อยมาก แต่ยา isotretinoin มีรายงานทางการแพทย์ว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางอารมณ์ เช่น ทำให้เกิดอาการหงุดหงิดง่าย วิตกกังวล อารมณ์แปรปรวน นำไปสู่ภาวะซึมเศร้า หรือมีความคิดที่จะทำร้ายตัวเอง เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด
วิธีใช้ยา Isotretinoin อย่างถูกต้องและปลอดภัย
วิธีใช้ยา isotretinoin อย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุดคือต้องปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยตรงเสมอ เพื่อให้แพทย์ประเมินความรุนแรงของปัญหาและคำนวณปริมาณยาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของพวกเรา ห้ามซื้อยามารับประทานเองเด็ดขาด ควรรับประทานยาพร้อมมื้ออาหารเพื่อให้ร่างกายดูดซึมยาได้ดี สตรีต้องคุมกำเนิดอย่างเคร่งครัด และห้ามบริจาคเลือดระหว่างใช้ยาเพื่อป้องกันอันตรายร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้อื่น
สรุป
ยารักษาสิว isotretinoin ถือเป็นตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพในการรักษาสิวที่รุนแรงและดื้อยา ช่วยแก้ปัญหาสิวเรื้อรังให้กลับมาเรียบเนียน แต่ในทางกลับกันก็เป็นยาอันตรายที่มีผลข้างเคียงรอบด้านและต้องการความระมัดระวังในการใช้งาน ดังนั้นก่อนใช้ยาควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ หรือใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์จึงปลอดภัย
หากคุณกังวลเรื่องผลข้างเคียงจากการใช้ยา M Vita Clinic คลินิกรักษาสิว พร้อมให้การดูแลอย่างปลอดภัย โดยแพทย์จะทำการประเมินอาการและวิเคราะห์สภาพผิวของคุณก่อนเริ่มต้นการรักษาเสมอ เพื่อวางแผนขั้นตอนที่เหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ ทางคลินิกยังมีคอร์สรักษาสิวที่หลากหลาย นอกเหนือจากการใช้ยา ซึ่งออกแบบมาให้ตอบโจทย์กับความรุนแรงของสิวแต่ละประเภทโดยเฉพาะ เพื่อผลลัพธ์ที่ตรงจุด และช่วยคืนผิวหน้าที่เรียบเนียนสุขภาพดี
คำถามที่พบบ่อย
ยา isotretinoin สามารถหาซื้อมากินเองตามร้านขายยาได้ไหม?
ไม่ได้เด็ดขาด ยาตัวนี้เป็นยาควบคุมพิเศษที่มีผลข้างเคียงสูง การใช้ยาต้องอยู่ภายใต้การประเมินปริมาณยา เจาะเลือด และสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของร่างกาย
ช่วงแรกที่กินยา isotretinoin สิวจะเห่อขึ้นจริงไหม?
ในคนไข้บางส่วนที่ทานยา ในช่วง 1 เดือนแรกที่เริ่มรับประทานยา สิวที่ซ่อนอยู่อาจถูกดันขึ้นมาและดูเห่อรุนแรงขึ้นชั่วคราว แต่หลังจากนั้นอาการสิวจะค่อย ๆ ยุบลงและผิวจะเริ่มดีขึ้นอย่างชัดเจน
คนท้องกินได้ไหม และถ้าอยากมีลูกต้องหยุดยานานแค่ไหน?
คนท้องห้ามกินยา isotretinoin เด็ดขาด เพราะยาตัวนี้มีฤทธิ์ทำให้ทารกในครรภ์พิการแต่กำเนิด หากวางแผนจะตั้งครรภ์ จำเป็นต้องคุมกำเนิดและหยุดยาอย่างน้อย 1-3 เดือน เพื่อให้ยาสลายออกจากร่างกายจนหมดก่อนจึงจะปลอดภัย
- เปิด วันอังคาร – อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์)
- อังคาร – ศุกร์ : 11:00 – 20:00 , เสาร์ – อาทิตย์ : 10:00 – 20:00
- ตั้งอยู่บน ถนน อโศกมนตรี หรือสุขุมวิท 21 ตรงข้ามโรงพยาบาลจักษุรัตนิน ครับ
- สามารถจอดรถได้ที่ คอนโด สุขุมวิท ลิฟวิ่ง ทาวน์ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ
- เดินทางสะดวกได้ง่ายๆ สำหรับคนที่ไม่มีรถ หรือเลี่ยงรถติด ก็มาง่ายมากๆครับเพราะร้านเรา ใกล้กับ MRT เพชรบุรี ออก Exit 2 เดินมาทางถนนอโศกมนตรี ประมาณ 200 เมตร ก็ถึง M Vita Clinic แล้วครับ
วันเผยแพร่


