Call Us: 02 640 8097
LINE
02 640 8097 mvitaclinic@gmail.com อังคาร - อาทิตย์ : 11.00 - 20.00น.

ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร อันตรายไหม ร่องใต้ตาลึก ทำให้หน้าเหนื่อย เหมือนนอนไม่พอ ทำไงดี?

ฟิลเลอร์ใต้ตา หลายๆท่านเคยส่องกระจกแล้วรู้สึกกังวลกับใต้ตาของตัวเอง ทั้งเด็กวัยรุ่นและหนุ่มสาววัยทำงาน ล้วนเคยชินกับการที่คนรอบข้างแซวกันว่า ตาแพนด้า ขอบตาคล้ำ นี่แหล่ะครับคือปัญหา “ร่องใต้ตาลึก” แล้วถ้ามีร่องใต้ตาแล้วควรทำไงดี? บทความนี้จะมามอบรายละเอียดแบบครอบคลุม และรวมถึงเรื่องของ “ฟิลเลอร์ใต้ตา” ซึ่งเป็นการรักษาที่ดีที่สุดของร่องใต้ตาลึก บทความเราจะมาให้ข้อมูลรายละเอียดลงลึกเช่นว่า อันตรายไหม ยี่ห้อไหนดี ราคา ที่ไหนดี และข้อมูลรีวิวด้วยครับ

ร่องใต้ตาลึก คือ

ร่อง แอ่ง หรือเส้นที่เริ่มจากบริเวณใต้หัวตา ยาวลงมาที่บริเวณแก้มบน ดังรูปครับ

ร่องใต้ตา ขอบตาคล้ำ เป็นสัญญาณแห่งความชราที่มักปรากฏเป็นอันดับแรกๆ ในหลายท่าน ซึ่งส่งผลให้ใบหน้าดูอ่อนล้า อิดโรย เหมือนคนนอนน้อย หรือดูเหมือนคนไม่สบาย และยิ่งอายุเพิ่มขึ้นก็ยิ่งเป็นหนักขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งร่องใต้ตานี้ แม้จะนอนเต็มที่ ทาครีมบำรุงแพงๆ บางทีก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้นเลยครับ

เพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุด ก่อนอื่นเราควรเข้าใจถึงสาเหตุของการเกิดร่องใต้ตาโดยสังเขปกันก่อนนะครับ แม้ดูเผินๆ จะคล้ายกัน แต่ร่องใต้ตาในแต่ละท่านอาจมีสาเหตุและปัญหาที่ไม่เหมือนกันครับ เบื้องต้นเรามาลองดูโครงสร้างผิวช่วงรอบดวงตากันก่อนนะครับ

ผิวรอบดวงตา เป็นบริเวณบอบบางมากๆ หากเราสามารถดูใต้ผิวที่เปลือกตาล่างลึกลงไปจะเห็นเป็นชั้นๆ ได้ตามรูปครับ คือ ใต้ผิวลงไปก็จะมีชั้นไขมันบางๆ (ไม่แสดงในรูป) ต่อมาเป็นกล้ามเนื้อรอบดวงตา (Orbicularis oculi) ใต้กล้ามเนื้อเป็นผนังกั้นเบ้าตา (Orbital septum) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อพังผืดที่เป็นเหมือนโครงให้กับเปลือกตาด้วย ใต้ผนังกั้นเบ้าตาจะมีแผ่นไขมันของเบ้าตา (Orbital fat pad) ทำหน้าที่ช่วยป้องกันห่อหุ้มเบ้าตาและลูกตาของเราครับ

ทีนี้ลองดูผิวอีกส่วนนะครับ คือ ผิวที่อยู่ล่างต่อร่องใต้ตา จะเห็นว่ามีโครงสร้างที่ซับซ้อนลงไปใต้ผิว ซึ่งรายละเอียดตรงนี้หมอจะไม่ได้ลงรายละเอียดมากนะครับ เพียงแค่อยากให้สังเกตจากรูป หากเราดูลึกลงไปใต้ชั้นผิวตรงร่องใต้ตาพอดีจะเห็นว่าข้างใต้จะเป็นเส้นเอ็น (ligament) ที่เชื่อมโยงกับผิวอยู่ จากตรงนี้หมอขอสรุปให้เข้าใจง่ายๆว่า ร่องใต้ตา (tear trough) หลักๆ ก็เกิดจากเส้นเอ็นนี้นั่นเอง แล้วทำไมร่องใต้ตาแต่ละคนจึงมีสาเหตุต่างกัน ทั้งๆที่หลักๆก็เกิดจากเส้นเอ็นนี้เหมือนกัน?

จุดที่ทำให้แตกต่าง คือ โครงสร้างเหนือและใต้ต่อเส้นเอ็นนี้ครับ หมอจะขออธิบายแยกเป็นกรณีต่างๆคร่าวๆนะครับ

  1. กรณีแรกคือ ผิวตรงบริเวณเปลือกตาล่าง ( ซึ่งอยู่เหนือเส้นเอ็น) มีการสูญเสียชั้นไขมันใต้ผิวไป แต่ยังไม่มาก เคสกลุ่มนี้ มักจะมีร่องใต้ตาตื้นๆ เป็นร่องเพียงเล็กน้อย มักพบในเคสที่ช่วงวัยรุ่นใต้ตายังเรียบเนียนดี แต่พออายุเริ่มเยอะขึ้นหน่อยก็เริ่มมีร่องขึ้นมาครับ (30-35ปีขึ้นไป)
  1. กลุ่มที่สอง เป็นร่องใต้ตาที่เกิดจากโครงสร้างใต้ตามีการสูญเสียชั้นไขมันใต้ชั้นผิวค่อนข้างมาก และเริ่มมีปัญหาไขมันใต้โหนกแก้มยุบตัวลงและสูญเสียโครงสร้างที่คอยพยุง ร่องใต้ตาในกลุ่มนี้จะลึก และจะเห็นโหนกแก้มหย่อนคล้อยร่วมด้วย เคสกลุ่มนี้จะเป็นเคสที่มีอายุขึ้นมาหน่อยครับ(35-40 ปีขึ้นไป)
  1. กลุ่มที่สาม เป็นกลุ่มที่เส้นเอ็นเกาะยึดกล้ามเนื้อกับผิวด้านบนอย่างแน่น ทำให้เกิดเป็นแอ่งร่องที่ลึก กลุ่มนี้มักมีร่องใต้ตาตั้งแต่วัยรุ่น (15-20 ปีขึ้นไป) และมักเป็นจากโครงหน้า ซึ่งมักมีคุณพ่อหรือคุณแม่ที่มีโครงหน้าคล้ายๆ กัน มีร่องใต้ตาคล้ายๆ กันครับ
  1. กลุ่มที่สี่ เป็นกลุ่มที่มีปัญหากล้ามเนื้อที่เปลือกตาล่างอ่อนแรง ไม่สามารถพยุงแผ่นไขมันของเบ้าตาที่อยู่ข้างหลังไว้ได้ แผ่นไขมันจึงนูนออกมาเป็นถุง เรียกว่า ถุงใต้ตา กลุ่มนี้ส่วนนึงจะมีกรรมพันธุ์มาเกี่ยวข้องด้วย แต่ท่านที่เป็นก็จะเป็นมากขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้นด้วยครับ

การรักษาที่เห็นผลดีที่สุด ทั้งยังปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง และเห็นผลได้รวดเร็ว คือ การฉีดฟิลเลอร์ หรือสารไฮยาลูรอนิกเพื่อเติมเต็มร่องใต้ตาครับ โดยฟิลเลอร์ที่ใช้ต้องเป็นฟิลเลอร์ที่เป็นไฮยาลูรอนิก ที่ผ่านการรับรองจาก อย. แล้วเท่านั้นครับ

แม้บริเวณที่ทำฟิลเลอร์จะเป็นใต้ตาก็จริง แต่ในการทำจริงๆ หมอขอเรียนว่าไม่น่ากลัวเลยครับ เพราะ

  1. หมอจะมีการป้องกันความเจ็บให้อย่างดีด้วยการทายาชา และมีการสะกิดยาชาให้ด้วยครับ ดังนั้นตอนทำคนไข้แทบจะไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลยครับ
  2. การฉีดหมอจะใช้เข็มพิเศษ คือ เข็มปลายทู่ หรือ cannula ซึ่งมีข้อดีคือจะป้องกันการแทงถูกเส้นเลือดทำให้ไม่เขียวช้ำ และสามาถฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างปลอดภัยครับ
  3. เทคนิคการฉีดแบบสมูธ ลดการบอบช้ำของเนื้อเยื่อ และฉีดโดยเลี่ยงเส้นเลือดใต้ผิว ช่วยลดการเขียวช้ำเช่นเดียวกันครับ
  4. หมอเลือกใช้แต่ฟิลเลอร์มีคุณภาพและเป็นของแท้ ผ่าน อย. เท่านั้น และแกะกล่องต่อหน้าทุกครั้งครับ

ด้วยการระวังอย่างละเอียดทุกสเต็ป การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาของเอ็มวีต้าคลินิกจึงปลอดภัย และไม่เคยมีปัญหาผลข้างเคียงเลยมาโดยตลอดที่ทำมาตั้งแต่เปิดคลินิกเลยครับ

  1. สำหรับการเติมเต็มร่องใต้ตาตื้นๆ ฟิลเลอร์ตัวที่ให้ผลการรักษาที่ดี กรณีที่ร่องใต้ตาตื้นๆ ได้แก่    
  • Restylane Vital light/Restylane Vital(8-12 เดือน) ตัวนี้ปกติถ้าฉีดบริเวณอื่น อยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน แต่สำหรับใต้ตามักจะอยู่ได้นานกว่านั้นครับ โดยประมาณก็จะอยู่ 8-12 เดือน ด้วยเนื้อที่เบา ซอฟ มีปริมาณไฮยาลูรอนิกไม่มาก จึงเหมาะกับการฉีดชั้นตื้นๆเพื่อช่วยร่องใต้ตาตื้นได้ดีมาก อีกทั้งยังมีระบบควบคุมปริมาณยา Smart Click System ในขณะที่ฉีด ทำให้เกลี่ยยาได้ง่าย ฉีดออกมาได้สวยสมูธครับ
  1. ส่วนสำหรับท่านที่มีปัญหาเรื่องของแก้มที่หย่อนคล้อย หรือท่านที่มีเส้นเอ็นตรงร่องใต้ตายึดโยงกล้ามเนื้อกับผิวหนัง ต้องใช้ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติในการยกและเติมเต็มที่มากขึ้น ฟิลเลอร์ที่แนะนำได้แก่
  • Restylane Defyne (12 เดือน) ใช้เทคโนโลยี OBT เนื้อสัมผัสเฟิร์มแต่สมูธ ช่วยยกผิวได้ดี เหมาะกับท่านที่มีแก้มหย่อนคล้อยปานกลาง หรือมีผิวค่อนข้างบาง
  • Restylane Lyft Lidocaine (12 เดือน) เป็น NASHA gel เนื้อสัมผัสเฟิร์ม ยกผิวได้ดีมาก เหมาะกับท่านที่มีร่องลึก หรือมีชั้นผิวที่ไม่บางครับ
  • Juvederm Voluma (24 เดือน) เป็นฟิลเลอร์ที่ช่วยยกผิวได้ดีมาก ช่วยเติมร่องลึกได้ดีและยกแก้มที่หย่อนคล้อยด้วยครับ

           โดยแต่ละท่านอาจต้องใช้ฟิลเลอร์คนละชนิดกัน ขึ้นกับปัญหาของแต่ละคน ซึ่งถ้าจะให้ชัวแนะนำให้มาปรึกษาหมอจะดีที่สุดครับผม

  1. บางท่านที่ร่องตาลึกค่อนข้างมากจริงๆ อาจต้องใช้ฟิลเลอร์ข้อ 1 + ข้อ 2 เพื่อเก็บงานชั้นลึกและตื้นให้ได้ใต้ตาที่ดีและเนียนที่สุดครับ ซึ่งหมอจะเป็นผู้ดูและแนะนำในส่วนนี้ในตอนที่ให้คำปรึกษาอีกทีครับ

ปริมาณซีซีที่ใช้จะขึ้นอยู่กับ ลักษณะของร่องใต้ตาครับ ซึ่งหมอจะช่วยตรวจและประเมินปริมาณซีซีให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละท่านครับ แต่โดยทั่วไป ท่านที่มีปัญหาร่องใต้ตาไม่ค่อยลึกมากนัก สามารถใช้ฟิลเลอร์ เพียง 1 cc ก็สามารถเติมร่องใต้ตาให้เนียนได้แล้วครับ

ในบางท่านที่ร่องใต้ตาเกิดจากหลายสาเหตุรวมกัน อาจจำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากขึ้นเพื่อเติมร่องให้เต็ม และในบางกรณีอาจจำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์หลายชนิด เพื่อแก้ปัญหาให้ถูกจุดครบทุกสาเหตุ ในท่านเหล่านี้อาจต้องใช้ฟิลเลอร์ 2-3 cc ในการรักษาครับ

เจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับ เพราะสำหรับที่เอ็มวีต้าคลินิก คุณหมอเอ็ม ได้ออกแบบ ระบบการควบคุมความเจ็บในขณะฉีด มาเป็นอย่างดี โดยก่อนฉีดจะมีการลงยาชาที่ผิวหนังเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที และจะมีการสะกิดยาชาเพื่อบล็อกเส้นประสาท ให้รู้สึกชาเป็นบริเวณกว้างด้วยครับ นอกจากนี้ฟิลเลอร์ที่หมอเลือกใช้จะมียาชาผสมอยู่ด้วย ดังนั้นตอนฉีดฟิลเลอร์จริงคนไข้จะแทบไม่รู้สึกเจ็บใดๆ เลยครับ และหลังจากหมดฤทธิ์ของยาชาแล้วก็ไม่เจ็บด้วยครับ

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่เอ็มวีต้าคลินิก

เริ่มจากคนไข้เข้าพบแพทย์เพื่อรับการประเมินแล้วหมอจะแนะนำฟิลเลอร์ที่เหมาะสม ปริมาณที่ต้องใช้ จากนั้นจะมีการคลีนทำความสะอาดผิวบริเวณใต้ตาและโหนกแก้ม และทายาชาที่ผิวไว้ เป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงครับ เมื่อครบเวลาของยาชาแล้ว เจ้าหน้าที่จะเช็ดทำความสะอาดผิวและนำคนไข้เข้าสู่ห้องหัตถการ 

จากนั้นคุณหมอจะทำการสะกิดยาชาเพื่อบล็อกเส้นประสาทเพียงข้างละ 1 จุดเท่านั้น ซึ่งขั้นตอนนี้เจ็บน้อยมากครับ แล้วหลังจากนั้นคนไข้จะรู้สึกชามากขึ้นบริเวณใต้ตา โหนกแก้มและร่องแก้ม ภายในเวลาประมาณ 1-2 นาที ซึ่งก็จะพร้อมสำหรับการฉีดฟิลเลอร์แล้วครับ

ตอนที่ฉีดฟิลเลอร์คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บเลยครับ และหลังทำก็จะเห็นผลว่าร่องใต้ตาเต็มขึ้นได้ทันที

 หลังจากฉีดฟิลเลอร์เสร็จเรียบร้อย คนไข้จะได้รับ การชี้แจงรายละเอียด ข้อมูลการปฏิบัติตัวหลังเข้ารับฉีดฟิลเลอร์ อย่างละเอียด และเจ้าหน้าที่จะทำการนัดคนไข้เพื่อกลับมาให้คุณหมอตรวจประเมินผลลัพธ์อีกครั้งที่ 2 สัปดาห์หลังจากการฉีดครั้งแรกครับ 

หลังฉีดคนไข้จะยังคงมีอาการชาจากยาชาต่อไปอีกประมาณ 1-2 ชั่วโมง ซึ่งพอหมดฤทธิ์ของยาชาแล้วจะไม่รู้สึกเจ็บแล้วนะครับ โดยทั่วไปมักเห็นผลการรักษาทันทีโดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เลยครับ

เพราะหากรักษาโดยแพทย์ที่ประสบการณ์น้อย อาจเกิดปัญหาขึ้นได้ครับ เพราะใต้ตาเป็นจุดที่บอบบางมากๆ ปัญหาที่อาจเกิดได้แก่

  1. ฟิลเลอร์นูนเป็นก้อนใต้ตา มักเกิดจากการเลือกใช้ฟิลเลอร์ ชนิดที่ไม่เหมาะสมกับผิวบริเวณรอบดวงตา หรือฉีดไม่ถูกชั้น
  1. ฉีดแล้วร่องใต้ตาไม่ดีขึ้น หรือแย่ลงกว่าเดิม อันนี้เช่นเดียวกันครับ มักจะเกิดจากการเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสม หรือฉีดไม่ตรงชั้นเช่นกัน
  2. ฉีดแล้วเกิดร่องม่วงคล้ำขึ้นมาตามแนวของฟิลเลอร์ เรียกว่า ปรากฏการณ์ทินดอล(Tyndall effect) ซึ่งเกิดจากการฉีดตื้นในปริมาณที่มากเกินไปครับ

ซึ่งผลข้างเคียงสามข้อที่กล่าวมานี้ หากเกิดขึ้นก็สามารถรักษาได้โดยแพทย์ต้องมีประสบการณ์ก็จะสามารถแก้ให้กลับมาดูดีได้ครับ ดังนั้นใครที่เป็นก็ไม่ต้องกังวลใจนะครับ

  1. ปัญหาร่องใต้ตาเกิดจากสาเหตุหลากหลายมาก การวิเคราะห์ปัญหาต้องอาศัยประสบการณ์พอสมควร เพื่อที่จะเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่เหมาะและฉีดออกมาได้ผลดี เรียกได้ว่าเป็นจุดที่ปราบเซียนจุดนึงเลยทีเดียวครับ

 สรุปแล้วการฉีดร่องใต้ตาควรทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง มีความเชี่ยวชาญ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ 

ในการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาของเราจะมีการวิเคราะห์ปัญหาให้อย่างละเอียด เพื่อเลือกวิธีการฉีดและฟิลเลอร์ตัวที่เหมาะที่สุดในการรักษาเพื่อให้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบครับ นอกจากนี้ด้วยประสบการณ์ในการฉีดเป็นเวลานานตั้งแต่ปี 2550 จึงรับประกันได้ว่าร่องใต้ตาจะดูเต็มสวย เรียนเนียน และไม่เกิดผลข้างเคียงอย่างแน่นอนครับ

นอกจากนี้ ในการฉีดร่องใต้ตาหมอจะใช้เข็มปลายทู่พิเศษหรือเข็ม cannula ทุกครั้งเพื่อลดการเกิดรอยช้ำและสามารถเติมร่องใต้ตาได้อย่างละเอียด และทั่วถึงครับ งานฉีดจะออกมาสวยสมูธครับ

สามารถเห็นผลได้ทันทีหลังฉีดฟิลเลอร์เลยครับ ว่าร่องใต้ตาจะดูเต็มและเรียบเนียนขึ้นทันทีครับ

ฟิลเลอร์เป็นสารไฮยาลูรอนิค ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายเราตามธรรมชาติอยู่แล้ว และร่างกายเรามีเอนไซม์ที่สามารถสลายมันได้เองครับ ระยะเวลาในการที่ร่างกายจะสลายฟิลเลอร์นั้น จะแตกต่างกันขึ้นกับชนิดของฟิลเลอร์ที่ฉีด แต่โดยทั่วไปอาจกล่าวได้ว่า ฟิลเลอร์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ยกเว้นบางตัวอาจจะอยู่ได้นานกว่านั้น เช่น ปีครึ่งถึงสองปีได้ ซึ่งขึ้นกับยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ดังที่หมอได้กล่าวไว้แล้วในส่วนบนของบทความนี้ครับ

  1. หากเป็นไปได้ ควรหยุดการใช้ยาแก้ปวด กลุ่ม NSAIDS ได้แก่ ibuprofen naproxen วิตามินอี น้ำมันปลา ใบแปะก๊วย เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ก่อนฉีด เพื่อลดการเกิดรอยฟกช้ำ
  2. หากเป็นไปได้ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนการรักษา
  3. ถ้ามีประวัติของโรคเริมบริเวณริมฝีปากควรแจ้งแพทย์ก่อนรับการรักษา เพราะ คุณหมออาจจะพิจารณา ให้ยาป้องกันการกำเริบของ โรคเริม หลังฉีดได้ในบางท่านครับ

ทันทีหลังจากการฉีดฟิลเลอร์อาจมีอาการผิวหนังบวมแดง อาการคันหรือคลำได้เป็นก้อนใต้ผิวหนังบริเวณที่ฉีด อาการเหล่านี้เป็นอาการปกติของการฉีดฟิลเลอร์ และอาการเหล่านี้มักหายไปเองภายใน 48 ชั่วโมง แต่ในบางรายอาจมีอาการบวมนานถึง 7-10 วัน และบางรายอาจเกิดขึ้นได้หลายสัปดาห์ การประคบเย็นหลังจากการฉีดฟิลเลอร์สามารถช่วยลดอาการบวมและแดงได้

โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

24 ชั่วโมงหลังจากการฉีดฟิลเลอร์

  • หลีกเลี่ยงการจับ ลูบคลำหรือนวดบริเวณที่ฉีด เพราะอาจมีผลต่อการเคลื่อนตำแหน่งของตัวยา
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางและครีมบำรุงผิวภายใน 12 ชั่วโมงแรก

1 สัปดาห์หลังจากการฉีดฟิลเลอร์

  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากเป็นเวลานานอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • สามารถประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมและช้ำได้ตามที่ต้องการ

2 สัปดาห์หลังจากการฉีดฟิลเลอร์

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดนความร้อน เช่น ซาวน่า และการสัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานาน
  • หลีกเลี่ยงการนวดใบหน้า
  • หลีกเลี่ยงการจับ กด หรือบีบบริเวณที่ฉีด

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  • ในช่วงวันแรก หลังจากการฉีดฟิลเลอร์ ไม่ควรนอนราบ นอนตะแคง หรือเคลื่อนไหวในท่าก้มหัว ควรนั่งตัวตรง หรือยืนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเคลื่อนตำแหน่งของตัวยา
  • นอนท่าศรีษะสูงเพื่อลดอาการบวม
  • ควรนัดพบแพทย์เพื่อประเมินผลการรักษา 2 สัปดาห์หลังการฉีดฟิลเลอร์ และอาจมีการฉีดฟิลเลอร์เพิ่มในกรณีที่จำเป็น
  • โปรดปรึกษาแพทย์ หากเกิดข้อสงสัย หรือมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น

วิธีดู ฟิลเลอร์ของแท้ อย ดูอย่างไร

Coming soon

รีวิวคุณเอก ฟิลเลอร์ร่องใต้ตา ด้วย Restylane Defyne เทียบกับหลังทำเห็นผลได้ทันที

รีวิวฟิลเลอร์ร่องน้ำตาคุณเจิ้ง ด้วย Restylane Vital light เทียบก่อนและหลังทำทันที

รีวิวฟิลเลอร์ร่องน้ำตาคุณพลอย ใต้ตาดูเต็มเนียนสวยขึ้นทันทีครับ

รีวิวฟิลเลอร์ร่องใต้ตาคุณตั้ม เทียบก่อนและหลังทำ 2 สัปดาห์ครับ

คุณหมอเอ็ม รับรางวัลจากบริษัท  Allergan (และ Medyceles (ตัวแทนจำหน่าย Neuronox)

ปี 2561

Allergan : งาน The Professionista รับรางวัลประจำปี

Medyceles : คุณหมอเอ็มได้รับเกียรติเข้าร่วมงานเปิดตัวฟิลเลอร์จากเกาหลีใต้ Neuramis deep

Medyceles : คุณหมอเอ็มได้รับเกียรติจากผู้แทนเชิญรางวัลมอบให้โดยตรงที่เอ็มวีต้าคลินิกครับ

ปี 2562

Allergan : คุณหมอเอ็มเข้าร่วมงานประชุมวิชาการอัพเดตความรู้เทคนิดการฉีดฟิลเลอร์แบบ MD codes distinction ซึ่งเป็นการวางระบบการฉีดให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามโดยคำนึงถึงใบหน้าองค์รวมที่ต้องมีความสมดุลกลมกลืนกันครับ

Galderma : คุณหมอเอ็มเข้าร่วมงานประชุมวิชาการของภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ที่จัดร่วมกับบริษัทกัลเดอร์มา ในหัวข้อ Empowering individual beauty เพื่ออัพเดตเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าให้สวยงามในแบบเฉพาะบุคคล ให้คนไข้สวยในแบบที่เป็นตัวเองครับ

Allergan : งาน Beauty decoded รับรางวัลประจำปี


ปรึกษาทุกปัญหาความงามกับคุณหมอโดยตรง

    ชื่อ-สกุล*:

    เบอร์ติดต่อกลับ*:

    อีเมล์สำหรับส่งข้อมูล *

    เพศ:

    ชาย หญิง

    อายุ (ปี):


    ต้องการปรึกษาคุณหมอเรื่องใด*:

    ปุ่มติดต่อสอบถามบน Facebook ปุ่มสอบถามทางไลน์ LINE Official