IV Drip

ฉีดวิตามินผิวทางน้ำเกลือ หรือ IV drip ดีไหม? ปลอดภัยหรือไม่? รีวิวเจาะลึก!!

IV Drip

หลายท่านอาจจะเคยเห็นโฆษณา หรือ เห็นเซเล็บดาราที่บำรุงผิวด้วยการให้น้ำเกลือขวดเล็กๆ บรรจุสารน้ำสีสันต่างๆ ที่เรียกกันว่า “ IV drip คือ ” หรือ “ Drip Vitamin คือ ” ซึ่ง ดริปผิว คือ วิธีการให้วิตามินหรืออาหารเสริมผ่านทางน้ำเกลือ เพื่อให้เข้าสู่ร่างกายโดยตรง 100% ไม่ผ่านตับ ซึ่งจะไม่เหมือนกับการรับประทานวิตามินที่ร่างกายจะรับได้เพียงบางส่วนเท่านั้น 

ที่มีทั้งสูตรเพื่อความขาวใส สูตรเพื่อสุขภาพแข็งแรง สูตรนั้นสูตรนี้ อาจเกิดคำถามสงสัยว่าการรักษาแบบนี้จะดีไหม มีอันตรายหรือไม่ เหมาะกับใครบ้าง บทความนี้จะมาช่วยไขข้อข้องใจต่างๆ รวมทั้งรีวิวคนไข้ที่รับบริการด้วยครับ

ก่อนอื่นหมอขออนุญาตแนะนำตัวเองก่อนนะครับ หมอชื่อ หมอเอ็ม หรือ นพ. มนตรี อุดมประเสริฐกุล  แพทย์ประจำ เอ็มวีต้าคลินิก นะครับ

วิตามินผิว คืออะไร ?

วิตามิน (Vitamin) เป็นสารอินทรีย์ที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย และไม่สามารถสังเคราะห์สารนั้นเองได้ในปริมาณที่เพียงพอและต้องได้รับจากอาหาร ถึงแม้ว่าร่างกายจะต้องการในปริมาณที่น้อย แต่วิตามินมีความจำเป็นต่อการทำงานของร่างกายมากๆครับ นับตั้งแต่ช่วยในกระบวนการการหายใจของเซลล์ การนำโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรทไปใช้ในการสร้างเนื้อเยื่อและผลิตพลังงานสำหรับการดำรงชีวิต นอกจากนั้นวิตามินยังช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง การแข็งตัวของเลือด การสร้างกระดูก การมองเห็นและการทำงานของระบบประสาท วิตามินจึงเป็นตัวจักรเล็กๆแต่มีความสำคัญอย่างยิ่งซึ่งร่างกายจะขาดไม่ได้เลยทีเดียวครับ

เกลือแร่ หรือที่เรียกว่า แร่ธาตุ (Mineral) คือ สารประกอบอนินทรีย์ที่ไม่ให้พลังงาน แต่ร่างกายต้องการแม้ในปริมาณที่ไม่มาก แต่ก็ไม่สามารถขาดได้

เนื่องจากมีความจำเป็นต่อร่างกายที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงและช่วยควบคุมการทำงานของส่วนต่างๆ ในร่างกาย โดยจะช่วยควบคุมการทำงานของฮอร์โมน และช่วยรักษาสมดุลของกระบวนการออสโมซิส ที่สำคัญเกลือแร่ยังมีบทบาทสำคัญต่อการทำหน้าที่เพื่อเป็นโครงสร้างของร่างกายครับ

IV Drip คืออะไร ?

iv คือการให้วิตามินผิว ( Vitamin ผิว ) หรือการดริปผิว IV Drip

 การผสมวิตามินและแร่ธาตุเข้ากับน้ำเกลือในปริมาณที่เหมาะสม เฉพาะตามความต้องการของร่างกายของแต่ละบุคคล และให้ทางเส้นเลือดดำเข้าสู่ร่างกาย (IntraVenous หรือตัวย่อว่า IV) โดยตรง ซึ่งร่างกายจะสามารถนำไปใช้ได้เลยทันที โดยไม่ต้องดูซึมผ่านระบบทางเดินอาหารนั่นเองครับ

รูปแบบของการฉีด IV Drip

ดริปวิตามิน

การ IV Drip แบบเข็มไซริงค์ หรือแบบถุงน้ำเกลือ มีจุดประสงค์เดียวกันคือ การให้วิตามินทางเส้นเลือดดำเข้าสู่ร่างกาย แต่จะแตกต่างกันด้วยรูปแบบตัวบรรจุยาวิตามิน

1. IV Drip แบบเข็มไซริงค์

IV Drip แบบเข็มไซริงค์ เป็นการฉีดวิตามินเข้าสู่หลอดเลือดดำโดยตรงผ่านหลอดเข็มฉีดยา โดยค่อยๆดันยาวิตามินจากไซริงค์ ที่บรรจุสารวิตามินเอาไว้ ด้วยมือ

ข้อเสีย : เนื่องจากการไหลของยาวิตามินไม่คงที่ บางจังหวะมีโอกาสดันยาแรงหรือเร็วเกินไป ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันส่งผลให้เกิดอาการ เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน เกิดขึ้นได้

2. IV Drip แบบถุงน้ำเกลือ

IV Drip แบบถุงน้ำเกลือ เป็น การฉีดวิตามินเข้าสู่หลอดเลือดดำโดยการถูกเจาะเข็มซึ่งเชื่อมสายกับถุงบรรจุวิตามินเช่นเดียวกับการให้น้ำเหลือ จากนั้นนั่งรอจนกว่าสารวิตามินในถุงหมด

ข้อดี : ความเร็วในการไหลของยาวิตามินเข้าสู่เส้นเลือด สามารถปรับให้เหมาะสมกับคนไข้ และมีความคงที่กว่า ปลอดภัยกว่าครับ

ทั้งนี้ ทั้งสองแบบ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของยาวิตามินที่ผสม มี อย. ถูกต้อง ปริมาณยา ความเข้มข้น ว่าเหมาะกับการ IV Drip แบบใด หากอยู่ในการดูแลของแพทย์ ทั้ง 2 วิธีนี้ ถือว่าปลอดภัยทั้งคู่ครับ

ประโยชน์ของการ IV Drip หรือ การดริปวิตามินผิว

1. เพิ่มผิวกระจ่างใส (Brightening)

สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสารต่อต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างการ ผู้ที่ต้องการการเสริมสร้างคอลลาเจน และเน้นให้ผิวดูขาวกระจ่างใสได้ครับ

 2. เพิ่มพละกำลัง (Energy Booster)

เพิ่มพละกำลังให้กับผู้ที่สูญเสียน้ำ เช่น นักกีฬา ให้ Fresh และสดชื่นขึ้นได้ครับ

3. กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน (Immune Booster)

เนื่องจะเราสามารถกำหนดวิตามินต่างๆที่เสริมสร้างภูมิต้านทาน กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้

 4. ดีท็อกซ์ (Detox)

เป็นการใช้วิตามินช่วยในการสลายไขมันสะสม เร่งการผลาญ ช่วยดีท็อกซ์ของเสียตกค้าง ลดน้ำหนัก ขับสารพิษ ได้ดีครับ

การดริปวิตามิน IV Drip ดีไหม?

การทำ IV drip มีข้อดีเยอะมากๆ ดังนี้ครับ

ร่างกายเราจะได้รับวิตามินและแร่ธาตุชนิดที่ดูดซึมได้เร็วจากการ IV Drip และร่างกายนำไปใช้ได้เลย ซึ่งจะต่างกันกับอาหารเสริมวิตามินหรือแร่ธาตุแบบกิน ที่ร่างกายอาจจะได้รับสูงสุดเพียง 30% เท่านั้น (เพราะวิตามินจะสูญเสียไประหว่างเดินทางผ่านระบบทางเดินอาหาร) และวิตามินแบบกินก็มีข้อจำกัดในเรื่องของปริมาณ (Dosage) ต่อครั้งด้วย ดังนั้น การให้วิตามินและแร่ธาตุผ่านทางเส้นเลือด จึงเป็นวิธีที่ร่างกายจะรับสารอาหารที่มีประโยชน์ได้เร็วและมากที่สุด (ประมาณ 90%)

ข้อดีของการ IV Drip

  1. สามารถแทรกซึมเข้าสู่ระดับเซลล์ และสามารถนำไปใช้งานได้ทันที
  2. ไม่มีผลข้างเคียงกับระบบทางเดินอาหารเหมือนกับการรับประมาณวิตามินหรือแร่ธาตุบางตัวที่ทำให้ท้องอืด
  3. สามารถเพิ่มพลังงานให้เซลล์ได้ทันที
  4. ลดอาการเหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิตและการทำงาน
  5. ลดความเครียดและทำให้เกิดการผ่อนคลายหลังจากทำทันที
  6. เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายลดอาการป่วย
  7. ทำให้ผิวขาวกระจ่างใส สุขภาพผิวสมบูรณ์
  8. ทำให้ร่างกายฟื้นฟูหลังจากการออกกำลังกายหรือการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ
drip ผิว


การให้วิตามินผิว IV Drip เหมาะกับใครบ้าง ?

การให้วิตามินผิว การดริปผิว IV Drip เหมาะกับคนไข้ที่มีอาการหรือปัญหาสุขภาพได้หลากหลายมากครับ ทั้งนี้ขึ้นกับวิตามินและเกลือแร่ที่เลือกใช้ ซึ่งการให้วิตามินทางสายน้ำเกลือนี้ เหมาะสำหรับในท่านเหล่านี้ครับ

  • บุคคลทั่วไปที่ต้องการดูแลสุขภาพ
  • บุคคลทั่วไปที่ต้องการดูแลผิวพรรณ ให้มีสุขภาพดี ดูกระจ่างใส
  • ท่านที่มักมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่สดชื่น
  • ท่านที่มีอาการขาดวิตามิน เช่นมีอาการ ปากแห้ง ปากเปื่อย มีแผลที่มุมปาก เบื่ออาหาร ผิวแห้งกร้าน ผิวหนังอักเสบ เส้นผม และเล็บเปราะบางแตกง่าย
  • ช่วยฟื้นฟูในท่านที่มีอาการไข้หวัด เจ็ตแล็ก (Jet lag) โรคภูมิแพ้ หืดหอบ (Asthma)ได้ครับ

ข้อควรระวังก่อนทำ IV Drip

แม้การทำ vitamin drip จะมีประโยชน์และได้ผลดี แต่การดริปผิวนี้ก็ยังมีข้อควรระวังอยู่บ้างเช่นกัน ซึ่งในกลุ่มคนไข้ดังต่อไปนี้ ควรแจ้งแพทย์ผู้ทำการรักษาก่อนเข้ารับการดริปวิตามินทุกครั้งนะครับ 

แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่าท่านที่มีข้อควรระวังเหล่านี้จะทำไม่ได้นะครับ เพียงแต่ในบางกรณีแพทย์จะมีการปรับสูตรตัวยาให้เหมาะสมมากขึ้นเท่านั้นเองครับ

เรามาดูกันครับว่าผู้ที่ควรระวังก่อนทำ IV Drip มีกลุ่มใดบ้าง

  • ท่านที่กำลังตั้งครรภ์ หรือ หญิงให้นมบุตร
  • ท่านที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ควรแจ้งแก่แพทย์ และควรแจ้งยาที่รับประทานเป็นประจำด้วยนะครับ
  • หากมีประวัติการแพ้ยา หรือ วิตามินใดๆ ควรแจ้งแพทย์ และรวมถึงให้แจ้งลักษณะอาการที่แพ้ด้วยนะครับ เช่น เกิดผื่น เป็นต้น 
  • ท่านที่กำลังรับประทานยาต้านเกล็ดเลือด
  • ท่านที่กำลังรู้สึกไม่สบาย มีไข้สูง
  • ท่านที่มีภาวะไตเสื่อมหรือไตวายเรื้อรัง
  • ท่านที่มีโรค G6PD
  • หากมีผื่นหรือแผลบริเวณที่จะสอดเข็มเพื่อให้สารน้ำ เช่น ข้อพับแขน ข้อมือ หลังฝ่ามือ ควรแจ้งแพทย์ด้วยครับ
  • ท่านที่กำลังอยู่ในช่วงอดอาหาร หรือ ควบคุมน้ำหนัก

ฉีดวิตามินผิว IV Drip มีข้อเสียไหม

vitamin drip

สำหรับการดูแลผิวพรรณด้วย การดริปวิตามินผิว IV drip นั้น ไม่ค่อยมีผลเสียเท่าไหร่ แต่อาจจะมีข้อด้อยบ้างในบางกรณี ดังนี้ครับ

  • โดยส่วนใหญ่มักต้องรับบริการหลายครั้ง จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงก่อนรับบริการ อาจต้องรับบริการ 3-5 ครั้งขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและสูตรของวิตามินด้วยครับ
  • ในกลุ่มคนไข้ที่ต้องการให้ผิวขาวขึ้น ผลลัพธ์มักจะค่อยเป็นค่อยไป ในกรณีที่คนไข้ต้องการขาวขึ้นมากๆนั้น ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ได้อยู่ในระดับที่คาดหวังได้เร็วทันใจคนไข้เท่าที่ควรได้
  • ต้องมีการฉีดซ้ำต่อเนื่อง เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยอาจอยู่ที่ทุกๆ 1-4 สัปดาห์ จึงจะทำให้การเปลี่ยนแปลงของผิวและสุขภาพคงอยู่ได้แบบระยะยาวขึ้น
  • ในบางครั้งการฉีด IV Drip อาจจะทำให้ระบมใต้ผิวได้ หรืออาจทำให้เกิดรอยเข็ม รอยข้ำได้ แต่รอยเหล่านี้มักจะเป็นไม่นานและจะค่อยๆหายไปเองครับ

เตรียมตัวอย่างไรก่อน IV Drip

การเตรียมตัวก่อนทำ IV drip มีดังต่อไปนี้ครับ

  1. หากท่านมีโรคประจำตัว หรือข้อควรระวังใดๆ ที่ตรงกับที่หมอได้กล่าวไปในหัวข้อก่อนหน้า กรุณาแจ้งแก่แพทย์ผู้ทำการรักษา รวมถึงประวัติสุขภาพ ยาประจำตัวที่กำลังรับประทานอยู่ วิตามินเสริม สมุนไพรด้วยนะครับ  เพื่อแพทย์จะได้นำมาประกอบการประเมิน และเลือกวิตามินที่เหมาะกับผิวของท่านมากที่สุดครับ
  2. แนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 1-3 วันก่อนมารับบริการ เพื่อให้ร่างกายพร้อมมากที่สุดสำหรับการทำ vitamin drip ครับ
  3. อย่างน้อย 1-2 วันก่อนดริปผิวควรทานน้ำในปริมาณที่มากเพียงพอ อย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร จะช่วยให้เส้นชัดขึ้น ทำให้สามารถหาเส้นได้ง่ายขึ้น และจะเจ็บน้อยลงด้วยครับ

ขั้นตอนการฉีดวิตามินผิว IV Drip เป็นอย่างไร ?

ขั้นตอนการฉีดวิตามินผิว IV Drip สะดวกและไม่ยุ่งยากเลยครับ มีดังต่อไปนี้ครับผม

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจประเมิน

IV Drip ตรวจประเมิน

เริ่มจากหมอจะตรวจปรึกษาและให้คำแนะนำเพื่อเลือกวิตามินที่เหมาะสมกับคนไข้เป็นรายบุคคล

ขั้นตอนที่ 2 เตรียมตัวยา

IV Drip เตรียมตัวยา

จากนั้นก็จะทำการผสมตัวยาด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ

ขั้นตอนที่ 3 ทำการเปิดเส้น

IV Drip เปิดเส้น

เมื่อเตรียมวิตามินเรียบร้อยแล้ว หมอหรือพยาบาลก็จะทำการเปิดเส้น ซึ่งหมอและพยาบาลของเอ็มวีต้าคลินิกเรามีความชำนาญในการเปิดเส้น สามารถหาเส้นได้แม้ในท่านที่เส้นเลือดค่อนข้างเล็ก และมักจะแทงเข็มครั้งเดียวจบ จึงทำให้การเปิดเส้นแทบไม่เจ็บเลยครับ

ขั้นตอนที่ 4 ทำ Vitamin Drip

ทำ vitamin drip

หลังจากเปิดเส้นแล้วหมอจะต่อสายน้ำเกลือเข้าเส้นและปล่อยตัวยา ลักษณะเหมือนกับการให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลเลยครับ โดยระหว่างการให้น้ำเกลือคนไข้สามารถนั่งทำกิจกรรมที่ชอบได้ตามสบาย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นมือถือ ฟังเพลง ค่าโทรศัพท์ ดูภาพยนตร์หรือยูทูปผ่านทางมือถือหรือไอแพดได้เลยครับ ระหว่างนั้นผู้ช่วยหรือพยาบาลจะคอยเช็คความเรียบร้อยให้จนตลอดการให้วิตามินเสร็จสิ้น

ขั้นตอนที่ 5 ถอดสายน้ำเกลือ

ถอดสาย IV Drip

เมื่อให้วิตามินจนหมดแล้ว พยาบาลจะเข้ามาทำการถอดสายน้ำเกลือออก ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ

แนวทางการดูแลตัวเองหลัง IV Drip

iv drip โรงพยาบาล

แม้การทำ IV drip จะสามารถนำวิตามินเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรงและรวดเร็วขึ้น อย่างไรก็ตามหมอก็ยังแนะนำให้คนไข้ควรต้องมีการดูแลตนเองอย่างเหมาะสมร่วมด้วย เพื่อส่งเสริมให้ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ vitamin drip ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมครับ

สำหรับการปฏิบัติตัวที่แนะนำมีดังนี้ครับ

  1. สำหรับท่านที่รับบริการฉีดวิตามินปรับสีผิวให้กระจ่างใสนั้น ควรให้ผิวได้เลี่ยงแสงแดดจัดๆ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ผิวที่กระจ่างใสขึ้นนั้นคงอยู่ได้ยาวนาน หากจำเป็นต้องออกแดดแนะนำให้สวมใส่เสื้อและกางเกงหรือกระโปรงที่ปกป้องผิวได้ หลีกเลี่ยงการเผยผิวกลางแจ้งเท่าที่ทำได้ และ ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF 50+++ ขึ้นไปนะครับ
  2. พยายามเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ได้มากที่สุด เนื่องจากวิตามินส่วนใหญ่ที่ทำ IV drip นั้นนอกจากจะช่วยบำรุงผิวพรรณแล้ว ยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งหากท่านสูบบุหรี่ สารอนุมูลอิสระจากบุหรี่จะไปทำปฏิกิริยาและลดปริมาณวิตามินที่ฉีดเข้าไป และจะส่งผลไปลดผลลัพธ์จากการดริปผิวได้ครับ 
  3. หมอแนะนำให้คนไข้ดูแลผิวเพิ่มเติม เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ได้ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายหรืออาจใช้ผลิตภัณฑ์ประเภททาเพื่อเสริมความขาวกระจ่างใสให้ผิวกายอีกทางด้วยครับ
  4. ควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกายทุกวัน
  5. หากเป็นไปได้ ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ วันละ 30-60 นาที เพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญ และทำให้ระบบเมตาบอลิซึมซึ่งช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับสุขภาพทุกส่วนทำงานดีขึ้น
  6. ควรเสริมผลลัพธ์รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ให้สารวิตามินและแร่ธาตุต่อร่างกายอย่างครบถ้วน โดยไม่จำเป็นต้องทานวิตามินเสริมใดๆเพิ่มครับ

การให้วิตามินผิว การดริปผิว ใช้เวลาทำนานมั้ย ?

เวลาในการทำดริปวิตามินผิวจะอยู่ที่ประมาณ 30-90 นาที ขึ้นอยู่กับปริมาณของวิตามินที่ออกแบบโดยแพทย์สำหรับคนไข้แต่ละคน ปริมาณและเวลาจึงขึ้นอยู่กับความต้องการ และจุดประสงค์ในการรักษาครับ

การให้วิตามินผิว IV Drip ทำกี่ครั้งเห็นผล ?

จำนวนครั้งที่เห็นความเปลี่ยนแปลงจากการทำ IV drip ที่ชัดเจนนั้น ประมาณ 3 – 5 ครั้ง ขึ้นไป โดยควรห่างกันประมาณสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แตกต่างกันไป เพราะในแต่ละบุคคลนั้น มีสุขภาพผิว หรือความสามารถในการดูดซึมสารต่างๆ และวิตามินที่แตกต่างกัน

วิตามินผิวขาว IV Drip ผลอยู่ได้นานมั้ย ?

IV Drip ผลที่ได้จะอยู่ได้นาน ขึ้นกับการถี่ในการฉีดวิตามินผิวด้วยครับ โดยในท่านที่ฉีดหลายครั้งกว่า จะได้รับวิตามินมากกว่า ผลจะอยู่ได้นานขึ้น และเมื่อจบคอร์สแล้วควรมีการ maintain เข้ามารับการฉีดวิตามินซ้ำในระยะเวลาที่ห่างขึ้นบ้าง เพื่อให้ผลลัพธ์ผิวขาวคงอยู่ได้ยาวนานครับ

IV Drip อันตรายไหม มีผลข้างเคียงหรือไม่ ?

การให้ drip ผิว ก็เหมือนกับการฉีดยาเข้าเส้นทั่วๆไป คืออาจมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อเกิดขึ้นได้ แต่ความเสี่ยงเหล่านี้เราควบคุมป้องกันได้ด้วยเทคนิคการปลอดเชื้อและความสะอาด เราจึงต้องเลือกแพทย์ที่มีความชำนาญ และสถานพยาบาลต้องสะอาด ได้มาตรฐาน ในส่วนของปริมาณวิตามินและแร่ธาตุควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งหมอที่ชำนาญ มีประสบการณ์จะช่วยคำนวณให้ได้สัดส่วนที่ตรงกับปัญหา สภาพร่างกายและความต้องการของแต่ละบุคคลครับ นอกจากนี้ผู้ป่วยโรคไตและคนที่แพ้ยาจะต้องได้รับการการดูแลเป็นพิเศษด้วยครับ และควรต้องแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง

IV Drip ราคาเท่าไหร่

IV Drip ที่ เอ็มวีต้าคลินิก มีสูตรวิตามินให้เลือก 2 สูตร

โซเฟรชดริพ (ดัดแปลงจากสูตรของไมเออร์)

vitamin drip ราคา

การให้สูตรสารน้ำที่ประกอบด้วยวิตามินบีหลากชนิด วิตามินซี แมกนีเซียม แคลเซียม ซึ่งเป็นสูตรที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างภูมิต้านทาน ปรับสมดุลร่างกาย ทำให้มีสมาธิและยังช่วยเติมน้ำให้ร่างกายอีกด้วย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับท่านที่รู้สึกอ่อนล้า ไม่สดชื่นหรือผ่านความเครียดมาทั้งวัน

โซไวท์ดริพ (ออร่าวิตามิน)

iv drip ราคา

ดื่มด่ำกับส่วนผสมทรงพลังของวิตามินซีร่วมกับสารจำเป็นต่อร่างกายอื่นๆ ที่จะช่วยปรับสีผิวให้สว่างขึ้นอย่างปลอดภัย ผิวของท่านจะดูกระจ่างใสขึ้น แลดูเปล่งปลั่งมีสุขภาพดี

IV Drip ดริปวิตามินผิว ที่ไหนดี

iv drip ที่ไหนดี

วิธีเลือกคลินิก IV Drip ดริปวิตามินผิว สำหรับใครที่กังวลหาคลินิกฉีดวิตามินผิวครั้งแรก หมอมีคำแนะนำ ดังนี้

1. เลือกคลินิกฉีดวิตามินผิว ที่มีหมอหรือพยาบาลผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ให้บริการ

การดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ จะมีความปลอดภัยกว่านะครับ ในการเลือกใช้ตัวยาวิตามินให้เหมาะสมกับความต้องการของคนไข้

2. คลินิกเปิดให้บริการถูกต้อง

การเปิดคลินิก โดยคลินิกต้องมีเลขที่ใบอนุญาติ 11 หลัก เช็คให้ชัวร์ครับ

ตัวยา IV Drip วิตามิน ต้องปลอดภัย

ยาวิตามินทุกตัวต้องมันใจว่าผ่าน อย. คลินิกต้องแจ้งรายละเอียดและอธิบายตัวยาได้อย่างถูกต้อง ว่าใส่วิตามินอะไรไปบ้าง ก่อนที่เราจะนำเข้าสู่ร่างกาย ปลอดภัยไว้ก่อน ถามให้ชัวร์ครับ

3. แจ้งราคา IV Drip วิตามิน ที่ชัดเจน

IV Drip วิตามิน ต้องแจ้งราคา แต่ละสูตรของวิตามินอย่างชัดเจน

4. คลินิกมีการใส่ใจในการบริการ และติดตามผลอย่างใกล้ชิด

การแนะนำหลังเข้ารับบริการเป็นสิ่งสำคัญที่มองได้ถึงความใส่ใจ ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว ก่อนทำ-หลังทำอย่างใกล้ชิด สามารถนัดเข้าปรึกษา และให้คำแนะนำได้อย่างถูกต้อง

5. คลินิก IV Drip ที่มีรีวิวจากผู้รับการรักษาจริง

มีรีวิวการให้บริการต่างๆ หรือ รีวิว IV Drip วิตามิน จากลูกค้าที่เคยมาใช้บริการ โดยคุณสามารถดูจากรีวิวของคลินิกได้ สามารถดูรีวิวได้ใน Google Map มีเขียนอธิบายเป็นการรีวิว จากนั้นจึงไปตามดูรีวิวจากที่อื่นๆ เช่น Youtube หน้า Website

IV Drip สูตรของเอ็มวีต้าคลินิก เป็นอย่างไร ?

สำหรับที่เอ็มวีต้าคลินิกมีสูตรวิตามินให้เลือกดังนี้ครับ

โซเฟรชดริพ (ดัดแปลงจากสูตรของไมเออร์)

การให้สูตรสารน้ำที่ประกอบด้วยวิตามินบีหลากชนิด วิตามินซี แมกนีเซียม แคลเซียม ซึ่งเป็นสูตรที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างภูมิต้านทาน ปรับสมดุลร่างกาย ทำให้มีสมาธิและยังช่วยเติมน้ำให้ร่างกายอีกด้วย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับท่านที่รู้สึกอ่อนล้า ไม่สดชื่นหรือผ่านความเครียดมาทั้งวัน

จำนวนครั้งที่แนะนำ: 5-10 ครั้ง

ควรทำทุก: ทุก 1 สัปดาห์

โซไวท์ดริพ (ออร่าวิตามิน)

ดื่มด่ำกับส่วนผสมทรงพลังของวิตามินซีร่วมกับสารจำเป็นต่อร่างกายอื่นๆ ที่จะช่วยปรับสีผิวให้สว่างขึ้นอย่างปลอดภัย ผิวของท่านจะดูกระจ่างใสขึ้น แลดูเปล่งปลั่งมีสุขภาพดี

จำนวนครั้งที่แนะนำ: 5-10 ครั้ง

ควรทำทุก: ทุก 1 สัปดาห์

รีวิวการให้วิตามินผิว การดริปผิวของเอ็มวีต้าคลินิก

รีวิว ดริปวิตามิน  จาก คุณกัน the face  ฟื้นฟูผิวก่อนเข้ากอง คร้บ

Aura Vitamin-01
Aura Vitamin-02
Aura Vitamin-03

รีวิว วิตามินผิว จาก คุณเนย นางแบบสาว ฟื้นฟูผิว ฟื้นฟูร่างกายช่วงพักผ่อนน้อย คร้บ

รีวิว ดริปวิตามิน  จาก คุณแชมป์ และ คุณไกด์  ฟื้นฟูผิว แพ็กคู่ คร้บ

Drip Vitamin 01
Drip Vitamin 02
Drip Vitamin 05
Drip Vitamin 03
Drip Vitamin 04

สรุป IV Drip

IV drip Vitamin การให้วิตามินด้วยวิธีการฉีดทางเข้าเลือดดำ วิตามินที่ใช้ใน IV drip ประกอบไปด้วยแร่ธาตุ วิตามินบี วิตามินซี และสารอาหารอื่นๆ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เสริมสร้างระบบศีรษะสมอง ช่วยลดความเหนื่อยล้า และเสริมสร้างระบบธาลัสซีเมียม การให้ดริปวิตามินจะเห็นผลรวดเร็วกว่าการรับวิตามินในรูปแบบรับประทาน ครับ

หากท่านใดอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกสนใจ อยากเข้ารับบริการ IV Drip ดริปวิตามิน หรือหากอยากต้องการประเมินผิว สามารถติดต่อนัดคิวพบหมอ หรือสอบถามโปรโมชั่น ได้ที่…

ข้อมูลของ เอ็มวีต้า คลินิก (Mvita Clinic)

  • เปิด วันอังคาร – อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์)
  • อังคาร – ศุกร์ : 11:00 – 20:00 , เสาร์ – อาทิตย์ : 10:00 – 20:00
  • ตั้งอยู่บน ถนน อโศกมนตรี หรือสุขุมวิท 21 ตรงข้ามโรงพยาบาลจักษุรัตนิน ครับ
  • สามารถจอดรถได้ที่ คอนโด สุขุมวิท ลิฟวิ่ง ทาวน์ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ
  • เดินทางสะดวกได้ง่ายๆ สำหรับคนที่ไม่มีรถ หรือเลี่ยงรถติด ก็มาง่ายมากๆครับเพราะร้านเรา ใกล้กับ MRT เพชรบุรี ออก Exit 2 เดินมา
  • ทางถนนอโศกมนตรี ประมาณ 200 เมตร ก็ถึง M Vita Clinic แล้วครับ

เอกสารอ้างอิง

Watanabe F, Hashizume E, Chan GP, Kamimura A. Skin-whitening and skin-condition-improving effects of topical oxidized glutathione: a double-blind and placebo-controlled clinical trial in healthy women. Clin Cosmet Investig Dermatol. 2014;7:267-74.

Sidharth Sonthalia1, Deepashree Daulatabad2, Rashmi Sarkar. Glutathione as a skin whitening agent: Facts, myths, evidence and controversies. IJDVL. 2016;82:262-72.

Arjinpathana N, Asawanonda P. Glutathione as an oral whitening agent: a randomized, double-blind, placebo-controlled study. J Dermatolog Treat. 2012;23:97-102.

วันเผยแพร่

ปรึกษาทุกปัญหาความงามกับคุณหมอโดยตรง

    ชื่อ-สกุล*:

    เบอร์ติดต่อกลับ*:

    อีเมล์สำหรับส่งข้อมูล *

    เพศ:

    ชายหญิง

    อายุ (ปี):


    ต้องการปรึกษาคุณหมอเรื่องใด*: