เมื่อพูดถึงรอยตำหนิบนร่างกายทารกแรกเกิด สิ่งที่พ่อแม่หลายคนกังวลใจคงหนีไม่พ้นเรื่องของปาน โดยเฉพาะปานแดงที่มีสีสันเด่นชัดและสังเกตเห็นได้ง่าย หลายครอบครัวมักเกิดคำถามว่ารอยแดงเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ จริง ๆ แล้วปานแดงมีความซับซ้อนมากกว่าแค่เรื่องสีผิว เพราะเกี่ยวข้องกับระบบหลอดเลือดในร่างกาย การทำความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยให้เราประเมินสถานการณ์และวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
ปานแดง คืออะไร
ปานแดง (Vascular Birthmarks) คือ รอยโรคบนผิวหนังที่มีสีแดง ชมพู หรือม่วง ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของระบบหลอดเลือดใต้ผิวหนัง ไม่ใช่ความผิดปกติของเม็ดสีเหมือนปานดำทั่วไป มีลักษณะปรากฏให้เห็นตั้งแต่แรกเกิดหรือเริ่มชัดเจนขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์หลังคลอด ความผิดปกตินี้เกิดจากการที่เส้นเลือดฝอยหรือหลอดเลือดมีการเจริญเติบโตมากเกินไป หรือมีการขยายตัวที่ผิดปกติ ทำให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้นมากจนมองเห็นเป็นสีแดงผ่านผิวหนัง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกาย แต่ที่สร้างความกังวลใจมากที่สุดมักเป็นบริเวณใบหน้าและลำคอ
สาเหตุของปานแดง

ในการทางการแพทย์ ยังไม่สามารถสรุปได้ 100% ว่าปานแดงมีสาเหตุมาจากอะไร แต่เกิดจากความผิดปกติของกระบวนการสร้างหลอดเลือดในระยะพัฒนาการของทารกในครรภ์ หรือเกิดความผิดปกติของเซลล์บุผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนหรือขยายตัวกว้างกว่าปกติ กรรมพันธุ์อาจมีผลส่งเสริมให้เกิดได้ แต่ไม่ได้เกิดจากการกระทำ การรับประทานอาหาร แต่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและไม่สามารถป้องกันได้ล่วงหน้า
ประเภทของปานแดง
เพื่อให้เราประเมินความรุนแรงและเลือกวิธีรักษาได้อย่างถูกต้อง เราจำเป็นต้องแยกแยะประเภทของปานแดงก่อน เพราะแต่ละชนิดมีรูปแบบ และแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน โดยสามารถแบ่งกลุ่มหลัก ๆ ได้ดังนี้
1. ปานแดงชนิดเนื้องอกหลอดเลือด (Hemangioma)
ปานชนิดนี้ หรือที่เรียกกันว่าปานสตรอว์เบอร์รี เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดในทารก ลักษณะเด่นคือเป็นก้อนนูนสีแดงสด ผิวขรุขระคล้ายผลสตรอว์เบอร์รี หรืออาจเป็นก้อนนูนใต้ผิวหนังสีม่วงแดง มีลักษณะโตเร็วมากในช่วง 6-9 เดือนแรก จนทำให้พ่อแม่ตกใจ แต่หลังจากอายุ 1 ปี ก้อนจะหยุดโตและค่อย ๆ ยุบตัวลงเองได้ โดยสีจะเริ่มซีดจางลงเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่มักหายได้เองก่อนอายุ 5-10 ปี แต่อาจทิ้งรอยย่นหรือแผลเป็นไว้บ้างหากก้อนมีขนาดใหญ่
2. ปานแดงชนิดพอร์ตไวน์สเตน (Port-wine Stain)
ปานชนิดนี้ถือเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการดูแลรักษา เพราะจะไม่จางหายไปเอง ลักษณะเริ่มแรกจะเป็นปื้นสีแดงเรียบ หรือสีชมพูเข้ม ไปกับผิวหนัง คล้ายใครทำไวน์แดงหกใส่ จึงเป็นที่มาของชื่อ Port-wine Stain เมื่อเด็กโตขึ้นปานจะขยายขนาดตามตัว และสีจะเข้มขึ้นเป็นสีแดงคล้ำหรือม่วง นอกจากนี้ผิวบริเวณที่เป็นปานอาจหนาตัวขึ้นและขรุขระเป็นตุ่มนูนเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ มักพบบริเวณใบหน้า ซึ่งหากปล่อยไว้และไม่รีบรักษาด้วยเลเซอร์ อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพอย่างมาก
3. ปานแดงแซลมอนแพตช์ (Salmon patch)
ปานชนิดนี้เป็นชนิดที่ไม่อันตรายและพบบ่อยที่สุด มีลักษณะเป็นผื่นราบสีชมพูจาง ๆ หรือสีส้มอ่อน ขอบเขตไม่ชัดเจน มักพบบริเวณเปลือกตา หน้าผาก ระหว่างคิ้ว และท้ายทอย เวลาทารกร้องไห้ปานอาจมีสีเข้มขึ้น ข่าวดีคือปานแซลมอนแพตช์บริเวณใบหน้ามักจะจางหายไปได้เองภายใน 1-2 ปี ส่วนบริเวณท้ายทอยอาจคงอยู่แต่อยู่ในร่มผ้า จึงไม่ต้องทำการรักษาใด ๆ
วิธีการรักษาปานแดงชนิดเนื้องอกหลอดเลือด (Hemangioma)

สำหรับการรักษาปานแดงชนิดเนื้องอกหลอดเลือด แพทย์จะพิจารณาจากตำแหน่งและขนาดเป็นหลัก หากก้อนมีขนาดเล็กและไม่อยู่ในตำแหน่งอันตราย แพทย์มักแนะนำให้รอและสังเกตอาการ เพราะสามารถยุบเองได้ แต่หากปานโตเร็วมาก มีแผลเปื่อย เลือดออก หรืออยู่ในตำแหน่งที่ขัดขวางการทำงานของร่างกาย เช่น ปิดตา ปิดจมูก หรือปาก แพทย์จะรักษาด้วยการให้ยารับประทานกลุ่ม Beta-blocker เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของหลอดเลือด หรือใช้เลเซอร์เพื่อลดรอยแดงและหยุดการเจริญเติบโตของก้อนเนื้อ ซึ่งต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
อาการของปานแดงที่ควรไปพบแพทย์
แม้ว่าปานบางชนิดจะไม่อันตราย แต่เราต้องหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ หากพบสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
- ปานมีเลือดออกซึม หรือเกิดแผลเปื่อยติดเชื้อ
- ก้อนปานขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วจนผิดสังเกต
- ตำแหน่งของปานรบกวนการมองเห็น การหายใจ หรือการรับประทานอาหาร
- พบปานบริเวณใบหน้าครึ่งซีก หรือรอบดวงตา ซึ่งอาจสัมพันธ์กับกลุ่มอาการ Sturge-Weber Syndrome ที่มีความผิดปกติของสมองและดวงตาร่วมด้วย
- รู้สึกเจ็บปวด หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
วิธีการรักษาปานแดง

การรักษาปานแดงที่ได้ผลดีที่สุดและเป็นมาตรฐานสากลคือการใช้เลเซอร์ โดยเฉพาะเลเซอร์กลุ่มที่จับกับเม็ดเลือดแดง (Vascular Laser) เช่น Pulsed Dye Laser (V-Beam) หรือเลเซอร์ Picosecond บางชนิด พลังงานจากเลเซอร์จะเข้าไปทำลายเส้นเลือดที่ผิดปกติให้ฝ่อลงโดยไม่ทำลายผิวหนังชั้นบน ทำให้สีของปานค่อย ๆ จางลง สำหรับปานชนิด Port-wine Stain ควรเริ่มยิงเลเซอร์ตั้งแต่เด็ก เพราะผิวหนังยังบางและพื้นที่ปานยังไม่ใหญ่ จะได้ผลลัพธ์ดีกว่าและเจ็บน้อยกว่าตอนโต การรักษาต้องทำต่อเนื่องหลายครั้ง ขึ้นอยู่กับความเข้มและความลึกของปานในแต่ละบุคคล
สรุป
ปานแดง เป็นความผิดปกติของหลอดเลือดที่พบได้บ่อย มีทั้งชนิดที่หายเองได้และชนิดที่ติดตัวตลอดชีวิต การแยกประเภทให้ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากเราพบว่าบุตรหลานมีปานแดง ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อวินิจฉัย เพราะการรักษาในช่วงที่อายุน้อยมักให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า โดยเฉพาะการรักษาด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ ช่วยให้ปานจางลง คืนผิวใสและความมั่นใจกลับมาได้อีกครั้ง อย่าปล่อยให้ปานกลายเป็นปมด้อย เพราะทางการแพทย์มีทางออกเสมอ
สำหรับใครที่มีปัญหาปานแดง หรือปานดำสามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอได้ที่ M Vita Clinic คุณหมอพร้อมประเมินสภาพของปาน และเลือกรูปแบบการรักษาที่เหมาะสมที่สุด เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ที่ M Vita Clinic ยังมีรีวิวให้ดูมากมาย ทั้งโปรแกรม pico laser รีวิว และรีวิวโปรแกรมเลเซอร์อื่น ๆ เพื่อให้คุณสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ หากสนใจไม่ต้องลังเล สามารถเข้ามาปรึกษาได้เลย
FAQs
ปานแดงเป็นกรรมพันธุ์หรือไม่?
โดยส่วนใหญ่แล้วปานแดงไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์และไม่สามารถส่งต่อจากพ่อแม่สู่ลูกได้ เป็นความผิดปกติเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นระหว่างการพัฒนาของทารกในครรภ์
ปานแดงชนิดไหนหายเองได้?
ปานแดงชนิดแซลมอนแพตช์ (Salmon patch) บริเวณใบหน้า และปานชนิดเนื้องอกหลอดเลือด (Hemangioma) มีโอกาสยุบและจางหายไปเองได้เมื่อเด็กโตขึ้น ต่างจากปานพอร์ตไวน์สเตน (Port-wine Stain) ที่จะไม่จางหายเองและอาจเข้มขึ้นเมื่อเลาผ่านไป
เลเซอร์รักษาปานแดงเจ็บไหม?
การยิงเลเซอร์รักษาปานจะมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยคล้ายหนังยางดีดที่ผิว แต่แพทย์จะมีการทายาชาหรือใช้ลมเย็นเป่าขณะทำเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด ทำให้รู้สึกสบายผิวมากขึ้น สามารถทนต่อการรักษาได้ดี และไม่มีแผลเปิดหลังทำ
- เปิด วันอังคาร – อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์)
- อังคาร – ศุกร์ : 11:00 – 20:00 , เสาร์ – อาทิตย์ : 10:00 – 20:00
- ตั้งอยู่บน ถนน อโศกมนตรี หรือสุขุมวิท 21 ตรงข้ามโรงพยาบาลจักษุรัตนิน ครับ
- สามารถจอดรถได้ที่ คอนโด สุขุมวิท ลิฟวิ่ง ทาวน์ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ
- เดินทางสะดวกได้ง่ายๆ สำหรับคนที่ไม่มีรถ หรือเลี่ยงรถติด ก็มาง่ายมากๆครับเพราะร้านเรา ใกล้กับ MRT เพชรบุรี ออก Exit 2 เดินมา
- ทางถนนอโศกมนตรี ประมาณ 200 เมตร ก็ถึง M Vita Clinic แล้วครับ
วันเผยแพร่




