เลเซอร์สิว คืออะไร

เลเซอร์สิว คืออะไร? รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนทำ ช่วยลดสิว หน้าใส ได้จริงไหม?

เมื่อปัญหาสิวกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ที่บั่นทอนความมั่นใจ ไม่ว่าเราจะดูแลผิวดีแค่ไหน สิวอักเสบ สิวอุดตัน หรือรอยแดงก็ยังวนเวียนกลับมาเป็นซ้ำ การรักษาด้วยการทายาเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ เทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างเลเซอร์สิว จึงกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมที่ช่วยกู้คืนผิวหน้าใส บทความนี้ M Vita Clinic จะพาไปดูว่าการทำเลเซอร์รักษาสิวคืออะไร มีกี่แบบ และคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ เพื่อให้เข้าใจและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะกับปัญหาผิวหน้า

การเลเซอร์สิว คืออะไร? ช่วยรักษาผิวหน้าได้อย่างไร

เลเซอร์สิว คือ เทคโนโลยีการรักษาผิว โดยใช้คลื่นพลังงานแสงที่มีความเข้มข้นสูงและความยาวคลื่นเฉพาะเจาะจง ยิงลงไปในชั้นผิวหนังเพื่อรักษาปัญหาสิวและผลข้างเคียงที่เกิดจากสิว โดยเฉพาะการเลเซอร์สิวอุดตัน ที่จะเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อนเพื่อเข้าไปทำลายเชื้อแบคทีเรีย C. acnes ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว พร้อมทั้งช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้หน้ามันน้อยลง นอกจากนี้ พลังงานบางช่วงคลื่นยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและผลัดเซลล์ผิว ทำให้รอยแดง รอยดำจางลง และช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้น โดยเลเซอร์แต่ละชนิดจะมีกลไกการทำงานที่แตกต่างกันไปตามเป้าหมายที่ต้องการรักษา การทำเลเซอร์รักษาสิวจึงเป็นการรักษาที่ครอบคลุมทั้งการหยุดสิวเดิมและป้องกันสิวใหม่ในคราวเดียวกัน

เจาะลึก 3 เทคโนโลยีเลเซอร์ เลือกใช้ให้ตรงจุด ตอบโจทย์ทุกระยะสิว

  • เลเซอร์สยบสิวอักเสบและคุมความมัน (Active Acne) เน้นจัดการสิวที่ต้นเหตุเพื่อหยุดวงจรการเกิดซ้ำ โดยใช้พลังงานความร้อนเข้าถึงต่อมไขมันโดยตรง เพื่อลดการผลิตน้ำมันส่วนเกินและกำจัดเชื้อแบคทีเรีย C. acnes ช่วยให้สิวที่กำลังบวมแดงยุบตัวไวขึ้นและป้องกันการเกิดสิวใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เลเซอร์ลบเลือนรอยแดงและรอยดำ (Post-Acne Recovery) มุ่งเน้นการฟื้นฟูผิวหลังสิวหายเพื่อคืนความกระจ่างใส โดยเครื่องกลุ่ม Vascular Laser จะเข้าไปจัดการกับเส้นเลือดที่ขยายตัวผิดปกติเพื่อลดรอยแดง ควบคู่ไปกับการสลายเม็ดสีเมลานินที่ตกค้างให้จางลง ช่วยเปลี่ยนผิวที่ดูช้ำให้กลับมาสม่ำเสมอและเรียบเนียนอีกครั้ง
  • เลเซอร์ปรับผิวเรียบและเติมเต็มหลุมสิว (Scar Resurfacing) แก้ปัญหาแผลเป็นจากสิว โดยใช้เทคโนโลยีปรับสภาพผิว เพื่อส่งพลังงานลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวลึก ช่วยเติมเต็มหลุมสิวให้ตื้นขึ้น พร้อมทั้งผลัดเซลล์ผิวชั้นบนที่ขรุขระให้เรียบเนียนและกระชับรูขุมขนให้เล็กลง

แนะนำโปรแกรมเลเซอร์รักษาสิว มีกี่แบบ? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับปัญหาผิว

โปรแกรมเลเซอร์รักษาสิว มีกี่แบบ

เทคโนโลยีเลเซอร์สิวได้รับการพัฒนาไปไกลมาก มีเครื่องมือหลากหลายชนิดที่ออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหาผิวที่แตกต่างกันไป การเลือกประเภทของเลเซอร์ให้เหมาะสมกับปัญหาสิว จะช่วยให้ผลลัพธ์ในการรักษาเห็นผลชัด และมีประสิทธิภาพ

Accure Laser และ AviClear

โปรแกรม Accure Laser และ AviClearเป็นนวัตกรรมเลเซอร์รักษาสิวที่แก้ปัญหาลึกถึงต้นตอ โดยใช้ความยาวคลื่นจำเพาะ 1726 nm เข้าไปเป้าหมายที่ต่อมไขมันใต้ชั้นผิวโดยตรง เมื่อต่อมไขมันได้รับความร้อนและฝ่อตัวลง การผลิตน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าจึงลดลงตามไปด้วย ซึ่งเป็นการตัดวงจรการเกิดสิวใหม่ได้อย่างถาวร จัดการได้ทั้งปัญหาสิวอักเสบและสิวอุดตัน 

นอกจากนี้ พลังงานความร้อนยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชั้นลึก ช่วยให้รูขุมขนกระชับ รอยแดงจางไวขึ้น และปรับสภาพผิวของเราให้กลับมาเรียบเนียน สุขภาพดี ปราศจากความมันเยิ้มระหว่างวัน

Pico Laser

Pico Laser เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์รักษารอยดำจากสิวและหลุมสิว ที่ทำงานโดยการปล่อยพลังงานเลเซอร์ในระดับความเร็ว 1 ต่อล้านล้านวินาที (Picosecond) ทำให้เกิดแรงกระแทกเข้าไปแตกเม็ดสีที่ผิดปกติให้ละเอียดเป็นเม็ดเล็ก ๆ ร่างกายจึงกำจัดออกได้ง่าย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการรักษารอยดำจากสิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำ นอกจากนี้ พลังงานยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว ช่วยเติมเต็มหลุมสิวตื้น ๆ และกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหารอยสิวและหลุมสิวร่วมกัน

V-Beam

V-Beam เป็นเลเซอร์รักษาสิวชนิด Pulsed Dye Laser ที่มีความยาวคลื่น 595 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงคลื่นที่จับกับเม็ดสีแดงในเม็ดเลือดได้ดี หลักการทำงานคือเลเซอร์จะเข้าไปทำให้เส้นเลือดที่ขยายตัวผิดปกติบริเวณสิวอักเสบหดตัวลง และทำลายเชื้อแบคทีเรียต้นเหตุของสิว ส่งผลให้สิวอักเสบยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งช่วยลดเลือนรอยแดงจากสิวให้จางลง V-Beam จึงเป็นโปรแกรมเลเซอร์รักษาสิวที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวอักเสบเห่อแดง หรือมีรอยแดงจากสิวที่รักษายาก ช่วยให้ผิวกลับมาดูสม่ำเสมอและกระจ่างใสขึ้น

Dual Yellow

Dual Yellow เป็นโปรแกรมเลเซอร์รอยสิวที่ผสมผสานพลังงานแสง 2 สี คือ แสงสีเหลืองและแสงสีเขียวเข้าด้วยกัน โดยแสงสีเหลืองจะช่วยทำลายเส้นเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงเม็ดสิว ทำให้สิวฝ่อตัวลงและลดรอยแดง ส่วนแสงสีเขียวจะช่วยลดเม็ดสีเมลานิน ลดรอยดำ และปรับสีผิวให้สว่างใส ถือเป็นโปรแกรมเลเซอร์รอยสิวที่จัดการได้ทั้งปัญหารอยดำและรอยแดง นอกจากนี้จุดเด่นของโปรแกรมเลเซอร์ Dual Yellow คือมีความอ่อนโยนสูง ไม่ทำให้ผิวหน้าไหม้หรือตกสะเก็ด หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสิวผด สิวอักเสบ รอยสิว

Fractora

โปรแกรมเลเซอร์ Fractora คือ โปรแกรมรักษาหลุมสิวในกลุ่ม Ablative RF ที่เน้นการรักษาหลุมสิวและปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน มีหลักการทำงานคือการยิงลำแสงขนาดเล็กจำนวนมากลงไปทำลายพังผืดที่ยึดเกาะหลุมสิว และกระตุ้นให้เกิดกระบวนการซ่อมแซมผิวใหม่ ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเติมเต็มร่องลึก ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้จะเป็นเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาหลุมสิวลึก แต่จะมีระยะเวลาพักฟื้นที่ต้องดูแลผิวเป็นพิเศษ เพราะจะเกิดสะเก็ดบาง ๆ ทั่วใบหน้าประมาณ 5-7 วัน

การเตรียมก่อนทำโปรแกรมเลเซอร์สิว

  • หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัด: ควรงดกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องตากแดดเป็นเวลานานอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำเลเซอร์ และหมั่นทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวมีอาการไหม้แดดหรือไวต่อแสง
  • งดสกินแคร์กลุ่มผลัดเซลล์ผิว: หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA, กรดวิตามินเอ (Retinoids) หรือสครับขัดผิว ล่วงหน้าประมาณ 3-5 วัน เพื่อลดความเสี่ยงที่ผิวจะเกิดการระคายเคืองเมื่อโดนพลังงานความร้อน
  • ห้ามกด บีบ หรือแกะสิวด้วยตัวเอง: ควรปล่อยให้ผิวอยู่ในสภาพธรรมชาติ งดการบีบหรือกดสิวที่กำลังอักเสบ เพราะอาจทำให้เชื้อลุกลามและผิวหนังช้ำก่อนได้รับการรักษา
  • งดการกำจัดขนบนใบหน้า: หลีกเลี่ยงการแว็กซ์ขน ถอนขน หรือโกนขนบริเวณที่ต้องการทำเลเซอร์อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้รูขุมขนเกิดการอักเสบก่อนทำโปรแกรมเลเซอร์รักษาสิว
  • แจ้งข้อมูลสุขภาพและยาที่ใช้: หากเรามีโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา หรือกำลังรับประทานยารักษาสิวชนิดรุนแรง (เช่น กลุ่ม Isotretinoin) จำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดก่อนเริ่มการรักษา เพื่อประเมินความพร้อมของผิวได้อย่างปลอดภัย

การดูแลตัวเองหลังทำโปรแกรมเลเซอร์สิว

  • เน้นเติมความชุ่มชื้นให้ผิว: หลังทำเลเซอร์รักษาสิวผิวหน้ามักจะมีอาการแห้งตึงกว่าปกติ ควรทามอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยนที่ไม่มีสารก่อการระคายเคือง เพื่อช่วยปลอบประโลมและฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงไวขึ้น
  • ปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างเคร่งครัด: ผิวหลังทำโปรแกรมเลเซอร์สิวจะมีความไวต่อแสงแดดมากเป็นพิเศษ ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดโดยตรง และทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 และ PA+++ ขึ้นไปเป็นประจำทุกวัน
  • งดผลิตภัณฑ์ที่มีสารออกฤทธิ์รุนแรง: ในช่วง 3-5 วันแรก ควรงดใช้สกินแคร์กลุ่มไวท์เทนนิ่ง วิตามินซีเข้มข้น โทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์ และกรดผลัดเซลล์ผิวทุกชนิด เพื่อป้องกันอาการแสบแดงและอักเสบ
  • ล้างหน้าอย่างเบามือ: เลือกใช้คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ (หลีกเลี่ยงน้ำอุ่นจัด) และใช้ผ้าขนหนูสะอาดซับหน้าอย่างเบามือ ไม่ควรเช็ดถูแรงๆ
  • ห้ามแกะหรือเกาสะเก็ดแผล: หากมีรอยแดงหรือสะเก็ดเล็ก ๆ เกิดขึ้นหลังการทำโปรแกรมเลเซอร์สิว ห้ามแคะ แกะ หรือเกาโดยเด็ดขาด ควรปล่อยให้เซลล์ผิวเก่าหลุดลอกออกไปเองตามธรรมชาติเพื่อป้องกันการเกิดรอยดำและแผลเป็น
  • งดกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก: เลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนัก การเข้าซาวน่า หรือการอาบน้ำแร่ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดการขยายตัวของเส้นเลือดและการสะสมของแบคทีเรียจากเหงื่อ

เปิดข้อดี-ข้อเสีย ของการทำเลเซอร์สิว

ข้อดี-ข้อเสีย ของการทำเลเซอร์สิว

ก่อนตัดสินใจเลือกโปรแกรมการเลเซอร์สิว จำเป็นต้องมีข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจให้รอบด้าน เพราะแม้ว่าเลเซอร์จะเป็นตัวช่วยที่ดีในการกำจัดสิว แต่ก็มีทั้งจุดเด่นและข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา

ข้อดีของการเลเซอร์สิว

  • เห็นผลลัพธ์รวดเร็ว การทำเลเซอร์ ช่วยให้สิวอักเสบยุบตัวและแห้งไวกว่าการทายาเพียงอย่างเดียว เหมาะกับช่วงเวลาที่เราต้องการใช้หน้าเร่งด่วน
  • รักษาครอบคลุม สามารถจัดการได้ทั้งเชื้อสิว ลดความมัน ลบรอยแดง รอยดำ และช่วยกระชับรูขุมขนไปพร้อมกันในโปรแกรมเดียว
  • ลดโอกาสเกิดสิวใหม่ พลังงานจากโปรแกรมเลเซอร์บางชนิดช่วยทำลายต่อมไขมันที่ทำงานมากเกินไป ทำให้หน้ามันน้อยลง ลดโอกาสการอุดตันในระยะยาว
  • ปรับสภาพผิวโดยรวม นอกจากเรื่องสิว การทำเลเซอร์ยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวหน้าดูเนียนละเอียด กระจ่างใส และดูสุขภาพดีขึ้น
  • แม่นยำและตรงจุด แพทย์สามารถปรับค่าพลังงานของเลเซอร์รักษาสิวให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคลได้ ลดผลข้างเคียงต่อผิวบริเวณข้างเคียง

ข้อเสียที่ต้องพิจารณา

  • ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยยา
  • ต้องทำต่อเนื่อง การทำเลเซอร์เพียงครั้งเดียวอาจไม่ทำให้สิวหายขาด ต้องอาศัยความต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้งขึ้นไปเพื่อให้เห็นผลชัดเจน
  • มีช่วงพักฟื้น (Downtime) เลเซอร์สิวบางชนิด เช่น Fractional CO2 อาจทำให้หน้าแดง ตกสะเก็ด และต้องเลี่ยงแดดจัดในช่วงแรก
  • ผิวไวต่อแสงชั่วคราว หลังทำโปรแกรมเลเซอร์รักษาสิว ผิวจะบอบบางลง ทำให้เราต้องดูแลเรื่องการทากันแดดและการหลบแดดอย่างเคร่งครัด
  • อาจเกิดอาการระคายเคือ: ในผู้ที่มีผิวบอบบางมาก อาจเกิดอาการแดง แสบ หรือแห้งลอกได้ง่ายหลังทำ

โปรแกรมเลเซอร์สิวเหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีปัญหาสิวอักเสบเรื้อรัง สิวฮอร์โมน หรือสิวอุดตันที่ไม่ตอบสนองต่อการทายา
  • ผู้ที่มีรอยแดง รอยดำจากสิวจำนวนมาก และต้องการให้จางลงอย่างรวดเร็ว
  • ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิว ผิวหน้าไม่เรียบเนียน ต้องการฟื้นฟูผิวให้กลับมาเติมเต็ม
  • ผู้ที่ต้องการทางลัดในการกู้ผิวหน้าให้ใสทันใจก่อนวันสำคัญ เช่น งานแต่งงาน หรืองานรับปริญญา
  • ผู้ที่มีผิวมันมาก รูขุมขนกว้าง และต้องการลดการทำงานของต่อมไขมันด้วยโปรแกรม Laser สิว

โปรแกรมเลเซอร์สิวไม่เหมาะกับใคร

  • สตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำเลเซอร์ทุกครั้ง
  • ผู้ที่มีแผลติดเชื้อ ผิวหนังอักเสบรุนแรง หรือเป็นเริมบริเวณใบหน้า
  • ผู้ที่เพิ่งผ่านการตากแดดจัด หรือผิวไหม้แดดมาภายใน 1-2 สัปดาห์
  • ผู้ที่รับประทานยาบางชนิดที่ทำให้ผิวไวต่อแสง เช่น ยารักษาสิวกลุ่ม Isotretinoin หรือยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม
  • ผู้ที่มีประวัติเป็นแผลเป็นนูน (Keloid) ง่าย อาจต้องระวังในการทำเลเซอร์บางชนิดที่รุนแรง

ผลข้างเคียงจากการทำโปรแกรม Laser สิว ที่อาจเกิดขึ้นได้

ผลข้างเคียงจากการทำโปรแกรม Laser สิว

เปิดราคาโปรแกรมเลเซอร์สิว แต่ละประเภทราคาเท่าไหร่

1. Accure Laser (1726 nm)

  • ​รายครั้ง: 17,000 – 25,000 บาท
  • ​คอร์ส (3–4 ครั้ง): 45,000 – 70,000 บาท

​2. Pico Laser (Picosure / PicoWay / Discovery Pico)

  • ​เฉพาะจุด / ไม่รวมทิปพิเศษ: 3,000 – 5,000 บาท / ครั้ง
  • ​ทั่วหน้า (เครื่องมาตรฐาน US-FDA): 8,000 – 15,000 บาท / ครั้ง
  • ​คอร์ส (3–5 ครั้ง): 20,000 – 40,000 บาท

​3. V-Beam Laser

  • ​เฉพาะจุด / ยิงตามจำนวนช็อต: 1,500 – 2,500 บาท / ครั้ง
  • ​ทั่วหน้า: 3,500 – 6,000 บาท / ครั้ง
  • ​คอร์ส (5 ครั้ง): 12,000 – 20,000 บาท

​4. Dual Yellow / QuadroStar Pro Yellow Laser

  • ​รายครั้ง: 2,500 – 4,500 บาท
  • ​คอร์ส (5 ครั้ง): 10,000 – 15,000 บาท
  • ​คอร์ส (10 ครั้ง): 18,000 – 25,000 บาท

​5. Fractora (Fractional Microneedle RF)

  • ​เฉพาะจุด / บริเวณแก้ม: 4,500 – 8,000 บาท / ครั้ง
  • ​ทั่วหน้า: 12,000 – 20,000 บาท / ครั้ง
  • ​คอร์ส (3–5 ครั้ง): 30,000 – 50,000 บาท

สรุปการทำเลเซอร์สิว คุ้มค่าหรือไม่? 

การตัดสินใจทำโปรแกรมเลเซอร์สิว ถือเป็นการลงทุนเพื่อผิวหน้าที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็ว ช่วยให้มีผิวที่กระจ่างใสได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การเลเซอร์จะได้ผลดีเมื่อทำควบคู่ไปกับการดูแลตัวเอง และที่สำคัญต้องทำโดยแพทย์ เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและเลือกใช้เครื่องมือได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย 

หากคุณพร้อมที่จะบอกลาปัญหาสิว สามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอได้ที่ M Vita Clinic คุณหมอพร้อมให้คำปรึกษา เพื่อเลือกเครื่องเลเซอร์ที่เหมาะกับปัญหาผิวของคุณ นอกจากนี้ที่ M Vita Clinic ยังมีรูปแบบการ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับเลเซอร์สิว

ทำเลเซอร์สิว เจ็บไหม? ต้องแปะยาชาหรือเปล่า?

ความรู้สึกขณะทำเลเซอร์รักษาสิวจะแตกต่างกันไปตามชนิดของเครื่องมือ โดยทั่วไปจะรู้สึกเหมือนยางดีดเบา ๆ ที่ผิว หรือรู้สึกอุ่น ๆ ในระดับที่ทนได้ หากเป็นเลเซอร์กลุ่มรักษารอยแดงหรือฆ่าเชื้อสิว มักไม่จำเป็นต้องแปะยาชา แต่หากเป็นเลเซอร์รักษาหลุมสิวที่มีพลังงานสูง ทางคลินิกจะมีการแปะยาชาให้ก่อนทำประมาณ 30-45 นาที เพื่อให้เรารู้สึกสบายผิวมากขณะทำหัตถการ

เลเซอร์สิว ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

ผลลัพธ์ของการทำโปรแกรม Laser สิวสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ตั้งแต่ครั้งแรก เช่น หัวสิวแห้งลง หรือหน้าใสขึ้น แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนแพทย์มักจะแนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาสิวและสภาพผิวของเรา โดยเว้นระยะห่างทุก 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวมีเวลาในการฟื้นฟูและสร้างเซลล์ใหม่ได้อย่างเต็มที่

ทำเลเซอร์แล้วสิวจะเห่อขึ้นมาอีกไหม?

การทำโปรแกรมเลเซอร์สิวเป็นการรักษาที่ปลายเหตุและควบคุมอาการ ไม่ใช่การตัดวงจรสิวถาวรหากเรายังมีพฤติกรรมเสี่ยงอาจกลับมาเป็นสิวได้อีก แต่หากเราดูแลความสะอาดดี พักผ่อนเพียงพอ และหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น สิวจะไม่เห่อขึ้นมารุนแรง และผิวจะแข็งแรงขึ้นจนสิวขึ้นยากกว่าเดิม

  • เปิด วันอังคาร – อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์)
  • อังคาร – ศุกร์ : 11:00 – 20:00 , เสาร์ – อาทิตย์ : 10:00 – 20:00
  • ตั้งอยู่บน ถนน อโศกมนตรี หรือสุขุมวิท 21 ตรงข้ามโรงพยาบาลจักษุรัตนิน ครับ
  • สามารถจอดรถได้ที่ คอนโด สุขุมวิท ลิฟวิ่ง ทาวน์ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ
  • เดินทางสะดวกได้ง่ายๆ สำหรับคนที่ไม่มีรถ หรือเลี่ยงรถติด ก็มาง่ายมากๆครับเพราะร้านเรา ใกล้กับ MRT เพชรบุรี ออก Exit 2 เดินมา
  • ทางถนนอโศกมนตรี ประมาณ 200 เมตร ก็ถึง M Vita Clinic แล้วครับ

วันเผยแพร่

About

แพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านความงามมากว่า 16 ปี แพทย์ประจำเอ็มวีต้าคลินิก ศูนย์ดูแลรักษาปัญหาด้านผิวพรรณ ความงาม ศัลยกรรมตกแต่งครบวงจร

แพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านความงามมากว่า
16 ปี แพทย์ประจำเอ็มวีต้าคลินิก ศูนย์ดูแล
รักษาปัญหาด้านผิวพรรณ ความงาม
ศัลยกรรมตกแต่งครบวงจร