โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา ตัวช่วยแก้ไขปัญหาใต้ตาลึก เติมเต็มใต้ตาให้ดูอิ่มฟู หลาย ๆ ท่านเคยส่องกระจกแล้วรู้สึกกังวลกับใต้ตาของตัวเองไหม? ทั้งเด็กวัยรุ่นและหนุ่มสาววัยทำงาน ล้วนเคยชินกับการที่คนรอบข้างแซวกันว่า ตาแพนด้า ขอบตาคล้ำ นี่แหละครับคือปัญหา “ร่องใต้ตาลึก” แล้วถ้ามีร่องใต้ตาแล้วควรทำไงดี? บทความนี้จะมาบอกรายละเอียดแบบครอบคลุม และรวมถึงเรื่องของ “ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา” ซึ่งเป็นการรักษาร่องใต้ตาลึก บทความนี้จะให้รายละเอียดลงลึกว่า ฟิลเลอร์แก้ใต้ตาอันตรายไหม, ยี่ห้อไหนดี, ฟิลเลอร์ใต้ตาราคา, ฟิลเลอร์สำหรับใต้ตาทำที่ไหนดี และรีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา ด้วยครับ
- ร่องใต้ตาลึก คือ
- ร่องใต้ตาลึก เกิดจากอะไร
- แก้ไขร่องใต้ตาลึก รักษาอย่างไร
- ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร
- ฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายมั้ย
- ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดี
- ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
- ฟิลเลอร์ใต้ตา ต้องใช้กี่ cc
- ฟิลเลอร์ใต้ตา เจ็บหรือไม่
- ขั้นตอนการฉีด ฟิลเลอร์ใต้ตา
- ร่องใต้ตาลึก ทำไมจัดเป็นปัญหาผิวที่รักษายากที่สุด
- เทคนิคพิเศษ ในการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ของเอ็มวีต้าคลินิก
- ฟิลเลอร์ใต้ตาเห็นผลทันทีเลยหรือไม่
- ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม
- ข้อควรปฏิบัติ ก่อนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
- ข้อห้าม ข้อควรปฏิบัติ หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
- วิธีดูฟิลเลอร์ของแท้
- รีวิว ฟิลเลอร์ใต้ตา ที่เอ็มวีต้าคลินิก
- คุณหมอเอ็ม รับรางวัลจากบริษัท Allergan (และ Medyceles (ตัวแทนจำหน่าย Neuronox)
- เอ็มวีต้าคลินิก คลินิกรักษาสิว เลเซอร์รอยสิว
- ช่องทางติดต่อ
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์ใต้ตา
โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ช่วยเรื่องอะไรบ้าง
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือ การฉีดสารไฮยาลูรอนแอซิดในบริเวณที่ต้องการรักษาปัญหาร่องลึกใต้ตา เป็นหนึ่งในทางเลือกที่เข้าไปช่วยเติมเต็มในส่วนที่มีปัญหา และเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวบริเวณนั้น แถมยังปรับสภาพผิวบริเวณใต้ตาให้ดูเรียบเนียน สดใสขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ
แก้ไขร่องลึกใต้ตา (Tear Trough)
ฟิลเลอร์เป็นทางเลือกหนึ่งที่อาจช่วยเติมเต็มร่องลึกใต้ตา ซึ่งในบางกรณีอาจช่วยให้บริเวณใต้ตาดูเรียบเนียนขึ้น ใบหน้าโดยรวมอาจดูสดชื่นขึ้น ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาเฉพาะบุคคลและเทคนิคของแพทย์ที่ให้การรักษา
ลดเลือนถุงใต้ตา
การฉีดฟิลเลอร์อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ใช้เพื่อเติมเต็มบริเวณใต้ตาซึ่งมีลักษณะยุบตัวจากไขมันลดลง ซึ่งอาจช่วยให้ผิวบริเวณนั้นดูเรียบเนียนขึ้นในบางกรณี อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับลักษณะผิวของแต่ละบุคคลและดุลยพินิจของแพทย์
ลดรอยคล้ำใต้ตา
การฉีดฟิลเลอร์อาจช่วยเพิ่มความหนาของผิวหนังใต้ตา ซึ่งในบางกรณีอาจทำให้เส้นเลือดที่อยู่ใต้ผิวดูเด่นน้อยลง ส่งผลให้ลักษณะคล้ำบริเวณใต้ตาดูลดลงบ้าง ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
เพิ่มความชุ่มชื้น
โปรแกรมฟิลเลอร์เป็นการเติมกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) ที่เป็นส่วนประกอบหลักในฟิลเลอร์ มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ จึงสามารถช่วยให้ผิวบริเวณที่ฉีดดูชุ่มชื้นขึ้น ทั้งนี้ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ใครบ้างที่เหมาะกับโปรแกรมการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
Filler ใต้ตาเหมาะสำหรับผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
- ผู้ที่มีร่องลึกใต้ตา (Tear Trough) ซึ่งเป็นลักษณะของร่องระหว่างโหนกแก้มและใต้ตา อาจทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้าได้ แม้จะพักผ่อนเพียงพอ การประเมินโดยแพทย์อาจแนะนำทางเลือกในการดูแลเพื่อปรับสมดุลบริเวณใต้ตาให้ดูสดใสขึ้น”
- ผู้ที่มีปัญหาถุงใต้ตาเล็กน้อยถึงปานกลาง สามารถปรับพื้นผิวใต้ตาให้ดูเรียบขึ้น แต่ไม่สามารถแก้ไขถุงใต้ตาที่มีขนาดใหญ่ได้”ผู้ที่มีรอยคล้ำใต้ตาจากเงา เหมาะกับผู้ที่มีรอยคล้ำที่เกิดจากร่องลึกทำให้เกิดเงา (แต่อาจไม่ได้ผลดีกับรอยคล้ำที่เกิดจากการสร้างเม็ดสีหรือเส้นเลือด)
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์รวดเร็วโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเวลาพักฟื้นนาน หรือหลีกเลี่ยงการผ่าตัด
- ผู้ที่มีอายุ 25-60 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของผิวเนื่องจากวัย แต่ยังคงมีความยืดหยุ่นของผิวดี
- ผู้ที่มีสุขภาพดี ไม่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบในฟิลเลอร์ หรือโรคที่ส่งผลต่อการหายของแผล
- ผู้ที่มีความคาดหวังสมเหตุสมผล เข้าใจว่าฟิลเลอร์ไม่สามารถแก้ไขทุกปัญหาและให้ผลลัพธ์ชั่วคราว
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาต้องใช้กี่ CC
ฟิลเลอร์ใต้ตาปริมาณซีซีที่ใช้จะขึ้นอยู่กับ ลักษณะของร่องใต้ตาครับ ซึ่งหมอจะช่วยตรวจและประเมินปริมาณซีซีให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละท่านครับ แต่โดยทั่วไป ท่านที่มีปัญหาร่องใต้ตาไม่ค่อยลึกมากนัก สามารถใช้ฟิลเลอร์ เพียง 1 cc ก็สามารถเติมร่องใต้ตาให้เนียนได้แล้วครับ
ในบางท่านที่ร่องใต้ตาเกิดจากหลายสาเหตุรวมกัน อาจจำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากขึ้นเพื่อเติมร่องให้เต็ม และในบางกรณีอาจจำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์หลายชนิด เพื่อแก้ปัญหาให้ถูกจุดครบทุกสาเหตุ ในท่านเหล่านี้อาจต้องใช้ฟิลเลอร์ 2-3 cc ในการรักษาครับ
ฟิลเลอร์ใต้ตา ยี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่
สำหรับการเติมเต็มร่องใต้ตาตื้น ๆ ฟิลเลอร์ ยี่ห้อไหนดี ตัวที่ให้ผลการรักษาที่ดี กรณีที่ร่องใต้ตาตื้น ๆ ได้แก่ สำหรับโปรแกรมยี่ห้อฟิลเลอร์ที่แนะนำสำหรับการฉีดใต้ตา มีดังนี้

1.ฟิลเลอร์ Restylane
- Restylane Vital light (8-12 เดือน) ตัวนี้ปกติถ้าฉีดบริเวณอื่น อยู่ได้ประมาณ 6-8 เดือน แต่สำหรับใต้ตามักจะอยู่ได้นานกว่านั้นครับ โดยประมาณก็จะอยู่ 8-12 เดือน ด้วยเนื้อที่เบา ซอฟต์ จึงเหมาะกับการฉีดชั้นตื้นๆ เพื่อช่วยร่องใต้ตาตื้นได้ดีมาก อีกทั้งยังมีระบบควบคุมปริมาณยา Smart Click System ในขณะที่ฉีด ทำให้เกลี่ยยาได้ง่าย ฉีดออกมาได้สวยสมูธครับ
- ราคา 12,500 บาท / cc
ส่วนสำหรับท่านที่มีปัญหาเรื่องของแก้มที่หย่อนคล้อย หรือท่านที่มีร่องคาดกลางแก้ม mid cheek groove ต้องใช้ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติในการยกและเติมเต็มที่มากขึ้น ฟิลเลอร์ที่แนะนำ ได้แก่
- Restylane Defyne (12 เดือน) ใช้เทคโนโลยี OBT เนื้อสัมผัสเฟิร์มแต่สมูธ ช่วยยกผิวได้ดี เหมาะกับท่านที่มีแก้มหย่อนคล้อยปานกลาง หรือมีผิวค่อนข้างบาง
- ราคา 12,500 บาท / cc
- Restylane Lyft Lidocaine (12 เดือน) เป็น NASHA gel นื้อสัมผัสเฟิร์ม ยกผิวได้ดีมาก เหมาะกับท่านที่มีผิวปกติ ไม่บาง และมีปัญหาหน้าแก้มหย่อนคล้อยครับ
- ราคา 12,500 บาท / cc

2.ฟิลเลอร์ Belotero
- Belotero Soft (6 เดือน) ตัวนี้เป็นฟิลเลอร์ที่ผลิตด้วย เทคโนโลยี CPM (Cohesive Polydensified Matrix) ทำให้เนื้อของฟิลเลอร์มี คุณสมบัติในการกระจายตัวใต้ผิวหนังได้เป็นอย่าง ดีมากๆ จึงสามารถฉีดตรงบริเวณใต้ตาตี้นๆ ได้เป็น อย่างดี โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นก้อน เหมาะสำหรับฉีดใต้ตา เพื่อแก้ปัญหาใต้ตาหมองคล้ำ หรือ ร่องใต้ตาที่เป็นไม่มากนัก หลังฉีดใต้ตาจะดูฟูเต็ม สวย เนียนมากๆ แต่ข้อเสียคืออาจจะอยู่ไม่นานเท่า ฟิลเลอร์ตัวอื่นครับ
- ราคา 12,500 บาท / cc
- Belotero Balance (8-10 เดือน) ฟิลเลอร์อีก ตัวที่ผลิตโดยเทคโนโลยี CPM (cohesive polydensified matrix) เนื้อของฟิลเลอร์ก็กระจาย ตัว ใต้ผิวหนังได้เป็นอย่างดีมากๆเช่นเดียวกันกับ ตัว Soft แต่ตัวนี้จะมีปริมาณของ Hyaluronic acid ที่สูงกว่า จึงอยู่ได้นานกว่า Soft และสามารถฉีด เพื่อช่วยยกเส้นเอ็น ligamemt ที่หย่อนคล้อยได้ ด้วย ตัวนี้จึงเหมาะสำหรับฉีดในท่านที่มีปัญหาร่อง ใต้ตาลึกไม่มากนักไปจนถึงระดับปานกลาง รวมถึง ท่านที่มีปัญหา เนื้อแก้ม(Midcheek) หย่อนคล้อย
- ราคา 12,500 บาท / cc
3.ฟิลเลอร์ Juvederm
Juvederm Voluma (24 เดือน) เป็นฟิลเลอร์ที่ช่วยยกผิวได้ดีมาก ช่วยเติมร่องลึกได้ดีและยกแก้มที่หย่อนคล้อยด้วยครับ
โดยแต่ละท่านอาจต้องใช้ฟิลเลอร์คนละชนิดกัน ขึ้นกับปัญหาของแต่ละคน ซึ่งถ้าจะให้ชัวร์แนะนำให้มาปรึกษาหมอครับผม
บางท่านที่ร่องตาลึกค่อนข้างมากจริงๆ อาจต้องใช้ฟิลเลอร์ข้อ 1 + ข้อ 2 เพื่อเก็บงานชั้นลึกและตื้นให้ได้ใต้ตาที่ดีและเนียน ซึ่งหมอจะเป็นผู้ดูและแนะนำในส่วนนี้ในตอนที่ให้คำปรึกษาอีกทีครับ
| ยี่ห้อฟิลเลอร์ใต้ตา | คุณสมบัติ | ระยะเวลา | เหมาะกับ | ราคา |
|---|---|---|---|---|
Restylane Vital Light ![]() | เนื้อบางเบา ซอฟ เกลี่ยยาได้ง่าย ฉีดออกมาได้สวยสมูธ | 8 – 12 เดือน | เหมาะกับการฉีดชั้นตื้นๆ ช่วยเติมเต็มร่องใต้ตาตื้นได้ดีมาก | 12,500 บาท / cc |
Restylane Defyne ![]() | เทคโนโลยี OBT เนื้อสัมผัสเฟิร์มแต่สมูธ ช่วยยกผิวได้ดี | 12 เดือน | เหมาะกับผู้มีแก้มหย่อนคล้อยปานกลาง หรือมีผิวค่อนข้างบาง | 12,500 บาท / cc |
Restylane Lyft Lidocaine ![]() | NASHA gel เนื้อสัมผัสเฟิร์ม ยกผิวได้ดีมาก | 12 เดือน | เหมาะกับผู้มีร่องลึก หรือมีชั้นผิวที่ไม่บาง | 12,500 บาท / cc |
Belotero Soft ![]() | เทคโนโลยี CPM เนื้อของฟิลเลอร์มีคุณสมบัติในการกระจายตัวใต้ผิวหนังได้ดีมาก | 6 เดือน | เหมาะกับผู้มีร่องลึก หรือมีชั้นผิวที่ไม่บาง | 12,500 บาท / cc |
Belotero Balance ![]() | เทคโนโลยี CPM เนื้อของฟิลเลอร์กระจายตัวใต้ผิวหนังได้ดีมากๆ มีปริมาณของ Hyaluronic Acid สูงกว่า Belotero Soft จึงอยู่ได้นานกว่า | 8 – 10 เดือน | เหมาะกับผู้มีปัญหาร่องใต้ตาลึกไม่มากนักไปจนถึงระดับปานกลาง รวมถึงผู้มีปัญหาเนื้อแก้มหย่อนคล้อย | 12,500 บาท / cc |
Juvederm Voluma ![]() | ช่วยยกผิวได้ดีมาก ช่วยเติมร่องลึกได้ดีและยกแก้มที่หย่อนคล้อย | 24 เดือน | เหมาะกับผู้มีปัญหาเรื่องแก้มหย่อนคล้อย หรือมีร่องคาดกลางแก้ม | – |
ปัญหาที่พบบ่อยจากการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ผลข้างเคียงจากการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาอาจพบอาการบวมแดง ฟกช้ำหลังฉีด ซึ่งถือเป็นอาการปกติ ซึ่งจะกายไปได้เองภายใน 1-3 วัน แต่นอกจากนี้หากฉีดโดยแพทย์ที่ประสบการณ์น้อย อาจเกิดปัญหาขึ้นได้ครับ เพราะใต้ตาเป็นจุดที่บอบบางมาก ๆ ปัญหาที่อาจเกิดได้แก่ฟิลเลอร์นูนเป็นก้อนใต้ตา มักเกิดจากการเลือกใช้ฟิลเลอร์ ชนิดที่ไม่เหมาะสมกับผิวบริเวณรอบดวงตา หรือฉีดไม่ถูกชั้น และยังมีผลข้างเคียงอื่น ๆ อีก ดังนี้
- ฉีดแล้วร่องใต้ตาไม่ดีขึ้น หรือแย่ลงกว่าเดิม อันนี้เช่นเดียวกันครับ มักจะเกิดจากการเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสม หรือฉีดไม่ตรงชั้นเช่นกัน
- ฉีดแล้วเกิดร่องม่วงคล้ำขึ้นมาตามแนวของฟิลเลอร์ เรียกว่า ปรากฏการณ์ทินดอล(Tyndall effect) ซึ่งเกิดจากการฉีดตื้นในปริมาณที่มากเกินไปครับ
ผลข้างเคียงที่กล่าวมานี้ หากเกิดขึ้นก็สามารถแก้ไขได้โดยแพทย์ ดังนั้นใครที่เป็นกังวลเรื่องผลข้างเคียงก็สบายใจได้ว่าผลข้างเคียงไม่ได้เกิดกันง่าย ๆ ปัญหาร่องใต้ตาเกิดจากสาเหตุหลากหลายมาก การวิเคราะห์ปัญหาต้องอาศัยประสบการณ์พอสมควร เพื่อที่จะเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่เหมาะและฉีดออกมาได้ผลดี เรียกได้ว่าเป็นจุดที่ปราบเซียนจุดนึงเลยทีเดียวครับ
สรุปแล้วการฉีดร่องใต้ตาควรทำกับแพทย์ที่เข้าใจการฉีด เพื่อผลลัพธ์ที่ออกมาดี
ฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้นานไหม ต้องฉีดสลายหรือไม่
โปรแกรมฟิลเลอร์เป็นสารไฮยาลูรอนิค ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายเราตามธรรมชาติอยู่แล้ว และร่างกายเรามีเอนไซม์ที่สามารถสลายมันได้เอง โดยที่ไม่ต้องทำการฉีดสลาย
ระยะเวลาในการที่ร่างกายจะสลายฟิลเลอร์นั้น จะแตกต่างกันขึ้นกับชนิดของฟิลเลอร์ที่ฉีด แต่โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ยกเว้นบางตัวอาจจะอยู่ได้นานกว่านั้น เช่น ปีครึ่งถึงสองปีได้ ซึ่งขึ้นกับยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ดังที่หมอได้กล่าวไว้แล้วในส่วนบนของบทความนี้ครับ
ฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาเจ็บไหม
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยก่อนฉีดจะมีการลงยาชาที่ผิวหนังเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที และจะมีการสะกิดยาชาเพื่อบล็อกเส้นประสาท ให้รู้สึกชาเป็นบริเวณกว้างด้วยครับ
นอกจากนี้ฟิลเลอร์ที่หมอเลือกใช้จะมียาชาผผสมอยู่ด้วย ดังนั้นตอนฉีดฟิลเลอร์จริงคนไข้จะแทบไม่รู้สึกเจ็บ เลยครับ และหลังจากหมดฤทธิ์ของยาชาแล้วก็ไม่เจ็บด้วยครับ
โปรแกรมการฉีดฟิลเลอร์ต้องพักฟื้นกี่วัน
โดยทั่วไปโปรแกรมการฉีดฟิลเลอร์ แทบไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นเลย คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันทีหลังทำ อาจมีอาการบวมแดงหรือรอยช้ำเล็กน้อยในจุดที่ฉีด ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติและจะค่อย ๆ ยุบหายไปเองเบื้องต้นเพียงแค่งดการสัมผัส นวดคลึง งดดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงการโดนความร้อนจัดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อให้ฟิลเลอร์เซ็ตตัวเข้าที่อย่างสมบูรณ์และได้ผลลัพธ์ที่สวยงามดูเป็นธรรมชาติ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์ใต้ตา
ฟิลเลอร์ใต้ตา กับ การฉีดไขมันใต้ตา ต่างกันยังไง
ต่างกันที่ ฟิลเลอร์ใต้ตาจะใช้กรดไฮยาลูโรนิกฉีดเข้าไปเติมเต็มบริเวณใต้ตา เห็นความเปลี่ยนแปลงทันที แต่ต้องทำซ้ำ ในขณะที่การฉีดไขมันใต้ตาจะใช้ไขมันจากร่างกายของคนไข้เอง จึงไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และอยู่ได้นานกว่า แต่ก็ต้องรอให้หายบวมทั้งนี้การฉีดไขมันยังมีจุดด้อยกว่าเล็กน้อยคือ คนไข้ต้องเจ็บตัวจากการดูดไขมันจากจุดอื่นเพื่อเตรียมนำมาฉีดตรงบริเวณช่วงใต้ตาด้วยครับ
อีกทั้งการฉีดปกติคุณหมอมักจะต้องฉีดไขมันในประมาณที่เยอะ เพื่อให้เวลาที่ไขมันที่ฉีดเข้าที่แล้ว มันจะยุบตัวลงมาพอดี ดังนั้นหลังฉีดใหม่ๆใต้ตามักจะดูบวมมากๆครับ
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อนนูน เกิดจากอะไร
การเกิดก้อนนูนหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยมักเกิดจากการฉีดสารในปริมาณมากเกินไป ฉีดตื้นเกินไป เทคนิคการฉีดที่ไม่เหมาะสม หรือร่างกายตอบสนองต่อสาร หากพบปัญหานี้ควรกลับไปพบแพทย์ผู้ทำทันที เพื่อแก้ไขด้วยการนวดหรือฉีดสลายฟิลเลอร์
เลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเลือกอย่างไรดี
ควรเลือกฉีดกับแพทย์ที่เข้าใจปัญหา สามารถประเมินเบื้องต้นได้ เลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพดีที่ได้รับการรับรอง และควรปรึกษาเกี่ยวกับความเหมาะสมกับสภาพผิวของคุณก่อนตัดสินใจ
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากี่วันถึงจะหายบวม
อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามักหายภายใน 3 วัน โดยอาการบวมมักรุนแรงที่สุดใน 24-48 ชั่วโมงแรก และจะค่อย ๆ ยุบลง การประคบเย็น การนอนหนุนหมอนสูง และการหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์จะช่วยลดอาการบวมได้เร็วขึ้น หากบวมนานกว่า 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์
- เปิด วันอังคาร – อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์)
- อังคาร – ศุกร์ : 11:00 – 20:00 , เสาร์ – อาทิตย์ : 10:00 – 20:00
- ตั้งอยู่บน ถนน อโศกมนตรี หรือสุขุมวิท 21 ตรงข้ามโรงพยาบาลจักษุรัตนิน ครับ
- สามารถจอดรถได้ที่ คอนโด สุขุมวิท ลิฟวิ่ง ทาวน์ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ
- เดินทางสะดวกได้ง่ายๆ สำหรับคนที่ไม่มีรถ หรือเลี่ยงรถติด ก็มาง่ายมากๆครับเพราะร้านเรา ใกล้กับ MRT เพชรบุรี ออก Exit 2 เดินมาทางถนนอโศกมนตรี ประมาณ 200 เมตร ก็ถึง M Vita Clinic แล้วครับ
วันเผยแพร่








