Call Us: 02 640 8097
LINE
02 640 8097 mvitaclinic@gmail.com อังคาร - อาทิตย์ : 11.00 - 20.00น.

มารู้จัก เมโสแฟต ลดแก้ม แก้มห้อย หน้าบาน คืออะไร? เห็นผลไหม? ใครบ้างควรทำ? อันตรายหรือไม่?

ปัญหาแก้มใหญ่ หน้าบาน เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยทั้งสาวๆหนุ่มๆชาวเอเซียอย่างเรา เพราะด้วยโครงหน้าคนเอเซียจะมีแนวโน้มที่จะมีแก้ม มีกรามใหญ่ ซึ่งเรื่องกรามเราสามารถจัดการได้ด้วยการฉีดโบท็อก ส่วนปัญหาเรื่องแก้มนั้น การรักษาที่วันนี้หมอจะมาพูดถึงก็คือ เมโสแฟต ลดแก้มครับ โดยบทความนี้จะลงรายละเอียดต่างๆของแฟตแก้ม เช่นเมโสแฟต คืออะไร ทำงานอย่างไร เห็นผลไหม อันตรายไหม ใครบ้างควรทำ ข้อปฏิบัติก่อน หลังทำเมโสแฟต กี่วันเห็นผล หลังทำ บวมมากไหม และรวมถึงรีวิวด้วยครับ

ก่อนอื่นหมอขออนุญาตแนะนำตัวเองก่อนนะครับ หมอชื่อหมอเอ็ม หรือ นพ. มนตรี อุดมประเสริฐกุล  แพทย์ประจำ เอ็มวีต้าคลินิก นะครับ

สารบัญ

โครงสร้างไขมันใต้ผิวบริเวณใบหน้าของเรา ถูกแบ่งออกเป็น 2 ชั้นใหญ่ คือ ไขมันชั้นตื้น กับไขมันชั้นลึก โดย ไขมันชั้นตื้น จะอยู่ใต้ผิวหนังเรา แต่อยู่เหนือชั้น SMAS (Superficial MusculoAponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นสำคัญสำหรับการยกกระชับผิวด้วยอัลเทอร่าครับ ใต้ต่อ SMAS จะเป็นกล้ามเนื้อของใบหน้า ที่ช่วยในการขยับแสดงความรู้สึกต่างๆ ซึ่งใต้กล้ามเนื้อเหล่านี้ก็จะเป็น ไขมันชั้นลึก ครับ ใต้ไขมันชั้นลึกจะเป็นเยื่อหุ้มกระดูกและกระดูกครับ รูปด้านล่างนี้แสดงชั้นต่างใต้ผิวหน้าเราอย่างละเอียดเพื่อให้ทำความเข้าใจง่ายขึ้นนะครับ

จากรูปจะเห็นว่า บริเวณหน้าผากจะไม่มี ไขมันชั้นลึก จะมีอยู่ที่บริเวณแก้มและขมับครับ อีกอย่างนึงที่ควรทราบเกี่ยวกับ ไขมันชั้นตื้น และไขมันชั้นลึก คือ ไขมันทั้งสองชั้นนี้ แต่ละชั้นไม่ได้ติดกันเป็นผืนเดียวกันหมด แต่ถูกแบ่งออกเป็นส่วนย่อยๆ ดังในรูปครับ

รูปแรก คือ ไขมันชั้นตื้น ซึ่งมีอยู่ทั่วหน้าแต่ถูกแบ่งเป็นส่วนๆครับ

เมโสแฟต แฟตลดแก้ม-02

รูปที่สองนี้คือไขมันชั้นลึก ซึ่งมีแค่บริเวณแก้มและรอบดวงตาครับ และก็ถูกแบ่งเป็นส่วนๆเช่นกัน

ส่วนนึงที่แก้มในบางท่านค่อนข้างเยอะก็เป็นเพราะโครงสร้างอื่นๆ เช่น กล้ามเนื้อที่แสดงสีหน้าเล็กๆซ้อนกันอยู่หลายชั้น นอกจากนี้ยังเพราะไขมันบริเวณนี้มีหลายชั้นมากกว่าจุดอื่นด้วยครับ ดังนั้นบางทีที่เราน้ำหนักขึ้น ไขมันจึงมีโอกาสมาสะสมที่แก้มได้ง่าย และทำให้แก้มเราดูอวบอิ่มขึ้นได้นั่นเอง

เมโสแฟต เป็นตัวยาที่จะเข้าไปช่วยสลายไขมันใต้ผิว ทำให้ไขมันลดลง จึงช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นครับ

ตัวยาของเมโสแฟต

ตัวยาของเมโสแฟต จะเข้าทำปฏิกิริยากับเซลล์ไขมัน ซึ่งเป็นเซลล์หลักของชั้นไขมัน เซลล์ไขมันจะทำหน้าที่กักเก็บไขมัน และมีลักษณะเป็นเซลล์ค่อนข้างกลม ภายในมีองค์ประกอบหลักคือน้ำมันอยู่เกือบเต็มเซลล์ ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นคือ เซลล์จะมีการฝ่อตัวลง รวมถึงน้ำมันในเซลล์จะสลายและถูกเซลล์เม็ดเลือดขาวมาเก็บออกไป จากนั้นจะมีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาแทนที่บริเวณนั้นครับ เซลล์ไขมันที่หายไป จะทำให้ชั้นผิวมีความหนาลดลง แก้มจึงดูลดลงเช่นกัน นอกจากนั้นคอลลาเจนที่เกิดใหม่จะช่วยกระชับผิวเข้ามา ทำให้ความหนาของผิวลดลงไปอีกด้วยครับ

ทุกท่านที่มีความกังวลหรือต้องการปรับรูปหน้าให้แก้มดูเรียวกระชับขึ้น หรือท่านที่เคยทำโบท็อกกรามแล้ว กรามเรียวขึ้นแต่ยังมีไขมันตรงแก้มก็สามารถทำเมโสแฟตได้ผลดีเช่นกันครับ

เมโสแฟต สูตรที่เอ็มวีต้าคลินิกเลือกใช้ เป็นสูตรที่ปลอดภัย ประกอบด้วยส่วนผสมหลักจากธรรมชาติ และเป็นสูตรที่ได้ผ่านการรับรองจาก อย แล้ว จึงมีความปลอดภัยสูง ไม่มีผลข้างเคียงใดๆครับ

  1. หากเป็นไปได้ ควรหยุดการใช้ยาแก้ปวด กลุ่ม NSAIDS ได้แก่ ibuprofen naproxen วิตามินอี น้ำมันปลา ใบแปะก๊วย เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ก่อนการรักษา เพื่อลดการเกิดรอยฟกช้ำ
  2. หากเป็นไปได้ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนการรักษา
  3. ถ้ามีประวัติของโรคเริมบริเวณริมฝีปากควรแจ้งแพทย์ก่อนรับการรักษา เพราะ คุณหมออาจจะพิจารณา ให้ยาป้องกันการกำเริบของ โรคเริม หลังทำได้ในบางท่านครับ

โดยปกติแล้ว หลังทำเมโสแฟต ไม่มีการปฏิบัติตัวอะไรที่เป็นพิเศษมากนัก หลังทำทันทีอาจจะมีอาการบวมบริเวณแก้มอยู่เพียงแค่ประมาณ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้นครับ หลังจากนั้นก็จะเป็นปกติ หากมีอาการเขียวช้ำในบางจุด สามารถช่วยให้หายไวขึ้นได้ด้วยการเริ่มประคบอุ่นได้หลังจากวันที่ทำการรักษาไปแล้ว 3 วันเป็นต้นไป และบริเวณที่ทำการรักษาสามารถใช้มือนวดเบาๆได้ครับ

ปริมาณที่แนะนำคืออย่างน้อยข้างละหนึ่งโดส(ประมาณ 3 cc) ต่อครั้ง แต่หากต้องการผลที่ชัดเจนมากขึ้นก็สามารถใช้ปริมาณตัวยาที่มากกว่านั้นได้ โดยไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงใดๆครับ

หลังทำเมโสแฟต ไขมันใต้ผิวที่แก้มจะค่อยไมีการสลายตัวไปเรื่อยๆ และจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นตั้งแต่วันที่ 3 เป็นต้นไปหลังรับการรักษา และจะเห็นผลสูงสุดในวันที่ 7 หลังรับการรักษาครับ

ส่วนใหญ่คนไข้จะเริ่มเห็นผลการรักษาตั้งแต่หลังทำครั้งแรกเลยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท่านที่ทำการรักษาโดยใช้ตัวยาในปริมาณที่สูง จะสามารถสลายไขมันออกได้มากกว่า และเห็นผลชัดมากกว่าครับ

ระยะห่างในการทำที่เหมาะสมคือ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ต่อการทำหนึ่งครั้งครับ ซึ่งในช่วงที่ต้องการให้เห็นผลชัดเจน หมอแนะนำให้ทำต่อเนื่อง ไม่เว้นช่วงนานเกินไป ผลลัพธ์จะได้ชัดเจน แก้มเรียวสวยจนคนทักเลยครับ

เนื่องจากการทำเมโสแฟต เป็นการสลายเซลล์ไขมันด้วยตัวยา ซึ่งเซลล์ไขมันจะหายไปหลังตัวยาออกฤทธิ์ ดังนั้นในระยะยาวเราจะมีตัวเก็บไขมันในผิวลดลง ดังนั้นแก้มจึงลดลงและแม้หลังหยุดทำการรักษาไปแล้ว ก็ไม่กลับมาอวบอีก เพราะไม่มีตัวเก็บไขมันแล้วนั่นเอง แต่ทั้งนี้ก็ต้องควบคุมอาหารการกินด้วยนะครับ เพราะหากเรายังคงกินเยอะ น้ำหนักตัวยังพุ่ง ก็มีงานวิจัยเหมือนกัน ว่าเน้ำหนักตัวที่เพิ่มสามารถไปกระตุ้นเซลล์ไขมันให้สามารถเกิดขึ้นใหม่ได้อีกด้วยครับ 


ปรึกษาทุกปัญหาความงามกับคุณหมอโดยตรง

ชื่อ-สกุล*:

เบอร์ติดต่อกลับ*:

อีเมล์สำหรับส่งข้อมูล *

เพศ:

ชาย หญิง

อายุ (ปี):


ต้องการปรึกษาคุณหมอเรื่องใด*:

ปุ่มติดต่อสอบถามบน Facebook ปุ่มสอบถามทางไลน์ LINE Official