Call Us: 02 640 8097
LINE
02 640 8097 mvitaclinic@gmail.com อังคาร - อาทิตย์ : 11.00 - 20.00น.

ลบรอยตีนกา ลดริ้วรอยใต้ตา ลดริ้วรอยบนใบหน้า ด้วยการฉีดโบท็อก พร้อมรายละเอียด ควรฉีดที่ไหนดี รีวิว

ริ้วรอยบนใบหน้า เป็นสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกถึงวัยที่เพิ่มขึ้น ทั้งริ้วรอยบนหน้าผาก รอยตีนกา ริ้วรอยใต้ตา รอยย่นหัวคิ้ว ล้วนทำให้ใบหน้าดูแก่ลง ซึ่งเราสามารถรักษาริ้วรอย รักษารอยย่นเหล่านี้ได้ด้วย การฉีดโบท็อกครับ ซึ่งโบท็อกริ้วรอยถือเป็นการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับการรักษารอยย่นบนหน้าผาก รอยย่นหว่างคิ้ว รอยย่นจมูก รอยตีนกาบริเวณหางตา และรวมถึงริ้วรอยใต้ตาครับ และบทความนี้จะนำเสนอรายละเอียดเจาะลึก ว่าโบท็อกคืออะไร หลังฉีดกี่วันเห็นผล ผลข้างเคียง การปฏิบัติตัว ข้อห้าม ก่อน-หลังฉีด ราคาเท่าไหร่ ที่ไหนดี และรีวิวครับ

 ก่อนอื่นหมอขอแนะนำตัวก่อนนะครับ หมอชื่อ หมอเอ็ม หรือ นายแพทย์มนตรี อุดมประเสริฐกุล เป็นแพทย์ประจำเอ็มวีต้าคลินิกนะครับ

สารบัญ

โบท็อก หรือ โบทูไลนุ่มท็อกซิน เป็นสารจำพวกโปรตีนชนิดหนึ่ง ซึ่งมีฤทธิ์ในการยับยั้งสัญญาณประสาทที่จะมากระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดตัว ผลจึงทำให้กล้ามเนื้อตึงมากขึ้น ขยับน้อยลงครับ

ความจริง สารนี้มีชื่อว่า โบทูไลนุ่มท็อกซิน ครับ แต่ชื่อ โบท็อก ที่เราเรียกกันติดปากนั้น เป็นชื่อทางการค้าของ ผลิตภัณฑ์ตัวโบทูไลนุ่มท็อกซิน ที่ผลิตจากบริษัทที่เป็นผู้คิดค้นและถือลิขสิทธิ์ บริษัทแรกของโลกครับ ซึ่งชื่อ โบท็อก ทั้งสั้นและเรียกง่าย ก็เลยติดปากทั้งคุณหมอและคนไข้ส่วนใหญ่มาจนปัจจุบันนั่นเองครับ สารโบทูไลนุ่มท็อกซิน เป็นสารที่ผลิตโดยแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ที่ชื่อว่า คลอสทริเดียม โบทูไลนุ่ม Clostridium botulinum ซึ่งอาจจัดได้ว่าเป็น “สารพิษ”(ท็อกซิน toxin) (เพราะในปริมาณที่มากๆมันจะมีฤทธิ์บล๊อคกล้ามเนื้อมัดต่างๆของร่างกายเรา) แต่แม้จะจัดเป็นสารพิษ แต่หากนำมาใช้ในขนาดที่น้อยๆ พอเหมาะพอสม ก็สามารถนำเอามาเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ ให้คุณได้มหาศาลเลยทีเดียวครับ

ปกติแล้วกล้ามเนื้อบนใบหน้าของเรานั้นมีหน้าที่สำคัญ อย่างหนึ่งคือช่วยในการแสดงสีหน้า อารมณ์ ความรู้สึกของเรา ยกตัวอย่างเช่น กล้ามเนื้อหน้าผาก ช่วยแสดงอารมณ์ประหลาดใจ ตกใจ หรือช่วยในการยักคิ้ว

กล้ามเนื้อหัวคิ้ว และริ้วจมูก ช่วยแสดงอารมณ์โกรธ กังวล หรือเครียด

กล้ามเนื้อรอบดวงตา ช่วยแสดงอารมณ์ดีใจ หัวเราะ ยิ้ม สุขใจ

 นอกจากนี้ก็ยังมีกล้ามเนื้อมัดอื่นๆอีกที่ทำหน้าที่ช่วยแสดงอารมณ์บนใบหน้าของเราครับ  แต่การแสดงสีหน้าบ่อยๆ ก็จะส่งผลให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าด้วยเช่นกันครับ ปกติในช่วงวัยรุ่น ผิวของเรายังค่อนข้างที่จะมีคอลลาเจนอยู่มาก คุณภาพผิวยังดีจึงยังไม่ค่อยเห็นริ้วรอยสักเท่าไหร่ พอเข้าสู่ช่วงวัย หลัง 25 ปีเป็นต้นไปคอลลาเจนที่ผิวของเราจะเริ่มลดลง ส่งผลให้เริ่มปรากฏริ้วรอย ขึ้นตามแนวของกล้ามเนื้อ ที่แสดงสีหน้าดังที่หมอได้กล่าวไปแล้ว และรอยเหล่านี้ก็จะค่อยๆเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดก็จะกลายเป็นร่องลึกซึ่งเราจะพบได้ใน ท่านที่มีอายุค่อนข้างเยอะจะเห็นรอยตามแนวการขยับของกล้ามเนื้อค่อนข้างชัดเจนครับ

ในเมื่อสาเหตุหลักๆของริ้วรอยเหล่านี้เกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อ ดังนั้นเราจึงสามารถนำโบทูไลนุ่มท็อกซิน มาใช้ในการรักษาและ ป้องกันริ้วรอยเหล่านี้ได้เพราะมันมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อนั่นเองครับ โดยผลที่เราต้องการก็คือทำให้ริ้วรอยต่างๆหายไป โดยที่คนไข้ยังสามารถขยับกล้ามเนื้อได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ถึงกับตึงมากนักครับ

  1. ท่านที่มีริ้วรอยจากการขยับของกล้ามเนื้อบริเวณต่างๆเช่น ริ้วที่หน้าผาก รอยย่นตรงบริเวณหัวคิ้ว รอยตีนกา หลังฉีดโบทูไลนุ่มท็อกซิน ริ้วรอยเหล่านี้จะหายไปครับ
  2. ท่านที่ยังมีริ้วรอยไม่มากนักแต่ต้องการฉีดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยร่องลึกในอนาคต ก็สามารถฉีดเมนเทนให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอครับ

สำหรับการฉีดโบทูลินั่มท็อกซิน บริเวณริ้วรอย นั้น มีความปลอดภัยสูงมาก แทบจะไม่มีผลข้างเคียงใดๆเลยครับ ส่วนใหญ่ผลข้างเคียงที่อาจพบก็ได้แก่

  1. อาการช้ำตามรอยเข็มฉีดเพียงเล็กน้อยซึ่งจะหายไปได้ภายในประมาณ 3-5 วัน
  2. อาจพบอาการบวมหรือตึงตรงบริเวณรอยเข็มบางจุด ในช่วง 3 วันแรก ซึ่งหายได้เองครับ
  3. บางท่านจะรู้สึกว่าในช่วง 1-3 สัปดาห์แรกหลังฉีด จะอาจรู้สึกตึงมากที่กล้ามเนื้อบางจุดที่ฉีด เช่น

กรณีฉีดหน้าผาก : อาจมีอาการตึง หรืออาจรู้สึกปวดหัว คล้ายๆ ใส่หมวกที่คับ และรัดหน้าผากอยู่ตลอดเวลา

กรณีฉีดหัวคิ้ว/ริ้วจมูก : อาจตึง ปวดหรือเมื่อยๆบริเวณหัวคิ้ว ถ้าเอามือนวดจะรู้สึกดีขึ้น

กรณีฉีดหางตา : อาจรู้สึกว่าเวลายิ้มเหมือนเมื่อยๆตรงบริเวณหางตาได้ครับ

ซึ่งอาการเหล่านี้ เป็นผลจากการทำงานของโบท็อกและเป็นเพียงชั่วคราวครับ  ส่วนใหญ่ อาการนี้จะหายภายใน 3-4 อาทิตย์ครับ

สำหรับที่เอ็มวีต้าคลินิก เราใช้ Botox ของแท้ สั่งตรงจากบริษัท ในราคาที่เอื้อมถึงได้ไม่แพงจนเกินไปนัก แกะกล่องต่อหน้าทุกครั้งครับ และที่สำคัญหมอจะมีการประเมินใบหน้าและการขยับของกล้ามเนื้อแต่ละมัดอย่างละเอียด และสนทนากับคนไข้ถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ(เนื่องจากคนไข้แต่ละท่านชอบความตึงไม่เท่ากัน บางท่านชอบให้ยกคิ้ว บางท่านชอบให้เน้นธรรมชาติ เป็นต้นครับ) 

ก่อนทำการฉีดจะมีการมาร์คตำแหน่งและตรวจสอบอีกครั้ง และขณะที่ฉีดจะมีการส่องไฟที่สว่างเป็นพิเศษเพื่อให้เห็นเส้นเลือดใต้ผิว เพื่อที่หมอจะได้ระวัง เพราะถ้าเข็มเข้าตรงเส้นเลือดอาจทำให้เกิดรอยช้ำได้ง่ายขึ้นครับ

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆที่สำคัญที่พอรวมกันแล้ว ทำให้ผลลัพธ์การฉีดโบท็อกริ้วรอยของเอ็มวีต้าคลินิก ได้ผลดีเป็นที่น่าพึงพอใจของคนไข้เสมอมาครับ

  1. หากเป็นไปได้ ควรหยุดการใช้ยาแก้ปวด กลุ่ม NSAIDS ได้แก่ ibuprofen naproxen วิตามินอีน้ำมันปลา ใบแปะก๊วย เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ก่อนฉีด เพื่อลดการเกิดรอยฟกช้ำ
  2. หากเป็นไปได้ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนการรักษา
  3. ถ้ามีประวัติของโรคเริมบริเวณริมฝีปากควรแจ้งแพทย์ก่อนรับการรักษา เพราะ คุณหมออาจจะพิจารณา ให้ยาป้องกันการกำเริบของ โรคเริม หลังฉีดได้ในบางท่านครับ
  1. พยายามขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด 1-2 ชั่วโมงแรก หลังฉีด เพื่อให้ยากระจายเข้ากล้ามเนื้อได้มากขึ้น
  2. หลังการฉีด 4 ชั่วโมงแรกควรหลีกเลี่ยงการก้มหน้าหรือนอนราบ
  3. อย่านวด กด หรือกระทำการอันใดที่จะมีผลต่อบริเวณที่รักษาเป็นเวลา 1 สัปดาห์หลังการรักษา เช่น สวมหมวก สวมหมวกกันน็อค หรือนวดหน้า
  4. งดการอยู่ในที่ร้อนเช่น อบซาวน่า ปรุงอาหารหน้าเตาร้อน หรือการออกกำลังกายประเภทคาร์ดิโอ ในช่วง 1 สัปดาห์หลังฉีด
  5. สามารถใช้เครื่องสำอางได้หลังการรักษาด้วยความนุ่มนวล หลีกเลี่ยงการกดถูรุนแรง
  6. สามารถใช้น้ำแข็งประคบในกรณีที่มีอาการบวมแดงหรือช้ำได้ โดยรอยนูนจากการฉีดจะหายไปเองภายในเวลา 1-7 วัน
  7. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ต่อไปอย่างน้อย 3-7 วัน
  8. หากมีข้อสงสัยหรือสิ่งผิดปกติใดๆให้ติดต่อทางคลินิกหรือกลับมาพบคุณหมอครับ

สำหรับการฉีดโบทูไลนุ่มท็อกซิน ที่บริเวณกล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น หน้าผาก หัวคิ้ว รอบดวงตา คนไข้สามารถเริ่มสังเกตเห็นผลได้หลังฉีดประมาณวันที่ 3 และผลจะชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆผลลัพธ์สูงสุดอยู่ที่ประมาณวันที่ 7 หลังฉีดครับ

ระยะเวลาการเห็นผลขึ้นกับหลายปัจจัยครับ ได้แก่แบรนด์ของโบทูไลนุ่มท็อกซินที่เลือกใช้ โดสที่ฉีด ความเข้มข้นของตัวยา(ใส่น้ำเกลือมากหรือน้อย) เป็นต้น แต่โดยทั่วไปฤทธิ์ของโบทูไลนุ่มท็อกซินจะอยู่ประมาณ 4-6 เดือนครับ

หลังจากหมดฤทธิ์ของโบทูไลนุ่มท็อกซินแล้ว ริ้วรอยต่างๆที่เราได้ทำการรักษาก็จะค่อยๆกลับมา แต่ ริ้วรอยที่กลับมาในท้ายสุดแล้ว ก็จะน้อยกว่าก่อนฉีดนิดหน่อย(ไม่เยอะกว่าเดิมแน่นอนครับ)

เหตุผลที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่ากล้ามเนื้อของเรานั้น โดยธรรมชาติถ้าเราใช้งานมันบ่อย มันก็มักจะมีความแข็งแรงมากขึ้น (เหมือนคนที่เล่นกล้ามเพาะกายประมาณนั้น) ในทางตรงกันข้าม หากเราใช้มันน้อยมันก็จะมีแรงน้อยลง (เหมือนคนที่บาดเจ็บที่ขา ไม่ได้เดินนานๆ ก็จะมีอาการ ขาไม่มีแรงกล้ามเนื้อลีบเล็ก ต้องทำกายภาพบำบัด)

การที่เราฉีดโบทูไลนุ่มท็อกซินเข้าไปที่กล้ามเนื้อริ้วรอย ก็เปรียบเสมือนการทำให้กล้ามเนื้อขยับน้อยลง เหมือนไม่ได้ใช้งานมันไปประมาณ 6 เดือน ดังนั้น ริ้วรอยที่กลับมาจึงดูน้อยลงกว่าก่อนฉีดนั้นเองครับ

โบทูไลนุ่มท็อกซินจัดเป็นยาประเภทฉีด ซึ่งต้องมีการรับรองถึงประสิทธิภาพ คุณภาพ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ตัวยา โดยองค์การอาหารและยา(อย) ดังนั้นเราจึงควรเลือกฉีดตัวยาของแท้ที่ผ่านการรับรองจากอย เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองครับ เพื่อความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่เราใช้จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่าน อย จริงๆ ก่อนอื่น เราควรทราบก่อน ว่า โบทูไลนุ่มท็อกซิน ในประเทศไทยมีแบรนด์ไหนบ้างที่ผ่าน อย แล้ว แต่ยังไม่พอนะครับ เพราะบางคลินิก อาจจะบอกว่าใช้ แบรนด์เหล่านี้ แต่ในความเป็นจริง กลับใช้ยาปลอม ที่มีขายกันค่อนข้างเกลือนในอินเตอร์เน็ต หรือบ้านคลินิก อาจใช้ยาหิ้วคือ นำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งกรณีนี้เราจะเช็คได้ยากครับว่าเป็นของแท้จริงๆหรือไม่ เพราะ ยาบางแบรนด์ไม่ได้ใช้ชื่อเดียวกันในทุกประเทศ(ยกตัวอย่าง นิวโรน็อค ใช้ชื่อ เมดิท็อกซิน ในบางประเทศ เป็นต้น) ดังนั้นเราจึงควรทราบวิธีดูยาของแท้โดยสังเขป เพื่อที่จะเช็คได้ว่ายาที่เราใช้นั้นเป็นของแท้หรือไม่ ดังที่หมอจะได้กล่าวต่อไปครับ

ปัจจุบันนี้ มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นสารโบทูไลนุ่มท็อกซิน หลายแบรนด์ มากๆที่ผ่าน อย ในท้องตลาดครับ ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด ก็คือ โบทูไลนุ่มท็อกซินจากประเทศสหรัฐอเมริกา ตัวดั้งเดิมเก๋าสุด ก็คือ โบท็อก อัลเลอร์แกน(Botox allergan) ขวดสีม่วงนั่นเองครับ รองลงมา ก็จะเป็น โบทูไลนุ่มท็อกซินสายยุโรป ที่ดังๆในบ้านเราจะมี ซีโอมิน(Xeomin) หรือ โบเยอรมัน กับ ดิสพอร์ต(Dysport) ครับ ต่อมาก็จะเป็นโบทูไลนุ่มท็อกซินสายเกาหลี ซึ่งมีเยอะหลายแบรนด์มากๆครับ ก็ดังๆก็จะมี นิวโรน็อค(Neuronox) ,  โบทูแลค(Botulax) , นาโบตะ(Nabota) , ฮูเจล(Hugel) , และ เอสท็อค(Aestox) และสุดท้ายก็จะเป็นโบท็อคสายฮ่องกงคือ บีทีเอ็กซ์เอ(BTXA) และอาจจะมีแบรนด์อื่นที่ไม่ได้กล่าวไว้ในที่นี้ด้วยนะครับ

         ณ ปี 2019 แบรนด์ที่หมอกล่าวมาทั้งนี้ ได้ผ่านการรับรองจาก อย แล้วครับ ส่วนแบรนด์อื่นๆหากคนไข้สงสัยก็สามารถเช็คผ่านเว็บของทาง อย ได้ที่ https://porta.fda.moph.go.th/FDA_SEARCH_ALL/MAIN/SEARCH_CENTER_MAIN.aspx นะครับ  

วิธีดู โบทอก ของแท้ ดูอย่างไร

สำหรับโบท็อกอเมริกา  Allergan มีวิธีดูว่าเป็นของแท้หลายวิธีด้วยกันครับ ซึ่งหมอได้ทำการสรุปเป็นแผนภาพดังนี้ครับ

ดู Allergan แท้ยังไง

ส่วนโบท็อกอีกชนิด คือโบท็อกจากประเทศเกาหลีใต้ Neuronox มีวืธีดูดังนี้ครับ

ดู Neuronox แท้ยังไง

รีวิวโบท็อกลบริ้วรอย ของเอ็มวีต้าคลินิก

รีวิวคุณรัก เปรียบเทียบก่อนและหลังฉีดโบท็อกริ้วรอย แบบช็อตต่อช็อตให้เห็นกันจะๆ

สังเกตความเป็นธรรมชาติ หลังฉีดหน้าไม่แข็งและยังขยับได้ แต่ริ้วรอยจะหายไป ดวงตาดูโตขึ้นเล็กน้อย และทำให้โดยรวมดูหน้าเด็กลงครับ

รีวิวคุณสมาร์ท เปรียบเทียบก่อนและหลังฉีดโบท็อกริ้วรอย แบบช็อตต่อช็อต

หลังจากที่คุณสมาร์ทได้ฉีดโบท็อกริ้วรอยและกรามไปเมื่อ 6 เดือนก่อนด้วย Allergan Botox ก็ติดใจในผลลัพธ์ วันนี้ได้เวลากลับมาให้คุณหมอเอ็มดูแลอีกครั้งครับ

คุณหมอเอ็ม แนะนำแบรนด์เกาหลี Neuronox ให้คุณสมาร์ท และด้วยเทคนิคการฉีดที่ชำนาญ ทำให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นธรรมชาติมากๆครับ หลังฉีดหน้าไม่แข็ง ขยับแสดงสีหน้าได้ตามปกติ แต่ริ้วรอยหายไปอย่างชัดเจนเลยครับผม

นอกจากนี้ ให้สังเกตในส่วนของกราม จะเห็นว่าหลังฉีดเพียง 2 สัปดาห์รูปหน้าของคุณสมาร์ทก็เริ่มเรียวขึ้นให้เห็นแล้วครับ

รีวิวคุณตั้ม เปรียบเทียบก่อนและหลังฉีดโบท็อกริ้วรอย 2 สัปดาห์

อีกนึงเคสให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติของหนุ่มหุ่นดีอย่าง คุณตั้ม ครับ

รีวิวการฉีดโบท็อกริ้วรอยและลดกรามของคุณปุัย ที่เอ็มวีต้าคลินิก

คุณหมอเอ็ม รับรางวัลจากบริษัท  Allergan (และ Medyceles (ตัวแทนจำหน่าย Neuronox)

ปี 2561

Allergan : งาน The Professionista

ปี 2561

Medyceles : คุณหมอเอ็มได้รับเกียรติจากผู้แทนเชิญรางวัลมอบให้โดยตรงที่เอ็มวีต้าคลินิกครับ

ปี 2562

Allergan : งาน Beauty decoded

ใส่ความเห็น