“สิว” ปัญหาผิวที่มีโอกาสพบเจอได้บ่อยและสร้างความรำคาญใจเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะทำให้รู้สึกเจ็บสิวอักเสบ ผิวมีตุ่มนูนแดงแล้ว ยังทำให้คนคนนั้น สูญเสียความมั่นใจในการทำงานและการเข้าสังคมอีกด้วย
ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตันเม็ดเล็ก ๆ หรือสิวอักเสบที่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ให้ช้ำใจ การรักษาสิว อย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะใคร ๆ ก็อยากจะดูดีในวันที่สำคัญที่สุดกันทั้งนั้นใช่ไหมล่ะครับ M Vita Clinic เข้าใจปัญหานี้อย่างลึกซึ้ง วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกทุกเรื่องสิว ตั้งแต่สาเหตุ ประเภท ไปจนถึงแนวทางการรักษาที่ถูกต้องและเห็นผลจริง ฉะนั้น บทความนี้ หมอเอ็ม นายแพทย์มนตรี อุดมประเสริฐกุล แพทย์ประจำเอ็มวีต้าคลินิก ก็ได้ทำการรวบรวม 14 วิธีรักษาสิว ที่จะช่วยลดสิว กู้ผิวให้กลับมาเนียนใส พร้อมทั้งวิธีการป้องกัน ทำยังไงไม่ให้กลับมาเป็นสิวซ้ำ ใครที่กำลังสงสัยหรือกังวลใจกับสิวอยู่ ห้ามพลาดบทความนี้นะครับ

วิธีรักษาสิวมีกี่แบบ
ปัญหาการเกิดสิวอักเสบและตุ่มบวมแดง มักมีสาเหตุหลักมาจากรูขุมขนอุดตันและเชื้อแบคทีเรีย P. acnes ซึ่งการจะรักษาสิวให้หายขาดพร้อมทั้งเคลียร์รอยสิวให้จางไวนั้น แพทย์จะประเมินจากความรุนแรง และมีวิธีการรักษาสิวหลัก ๆ 3 รูปแบบ ดังนี้
- การใช้ยาทาภายนอก ตัวยาจะช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ลดอาการอักเสบ และผลัดเซลล์ผิวบริเวณที่มีการอุดตัน (ควรบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ควบคู่กันเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาผิวแห้งลอกหรือระคายเคืองจากการใช้ยา)
- การรับประทานยา ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาสิวรุนแรงระดับปานกลางไปจนถึงมาก เช่น สิวหัวช้าง หรือสิวเห่ออักเสบทั่วใบหน้า ตัวยาจะเข้าไปควบคุมการผลิตน้ำมันของต่อมไขมันและลดการอักเสบจากภายในร่างกาย แต่การใช้ยารับประทานต้องอยู่ภายใต้การประเมินและสั่งยาโดยแพทย์เท่านั้น
- การทำหัตถการทางการแพทย์ เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม เพราะช่วยฟื้นฟูผิวและลดรอยสิวอย่างรวดเร็ว สามารถเข้าไปแก้ปัญหาได้ลึกถึงระดับโครงสร้างผิวโดยไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน เช่น การกดสิวอย่างถูกวิธี การยิงเลเซอร์ลดรอย หรือการทำทรีตเมนต์ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดหลุมสิวหรือแผลเป็น และช่วยปรับโครงสร้างผิวให้แข็งแรงขึ้น
อยากสิวหายไว ไม่อยากเป็นสิวซ้ำ ๆ ต้องทำยังไง
การรักษาสิวให้หายขาดไม่ได้จบแค่ที่คลินิกหรือการใช้ยา แต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเราคือหัวใจสำคัญในการตัดวงจรการเกิดสิวใหม่ หากอยากให้ผิวหน้าใสและลดโอกาสการเกิดสิวซ้ำซาก ควรเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่าย ๆ ตามแนวทางเหล่านี้
ไม่บีบสิวด้วยตัวเอง
การบีบสิวด้วยตัวเอง อาจทำให้หัวสิวและเชื้อแบคทีเรียฝังลึกลงไปในชั้นผิว ส่งผลให้สิวอักเสบหนักกว่าเดิมและลุกลามไปยังบริเวณข้างเคียงได้ นอกจากนี้ยังเป็นการทำลายเนื้อเยื่อ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการทิ้งรอยดำ รอยแดง และปัญหาหลุมสิวถาวรที่รักษายากในอนาคต
ไม่แกะสิว ลดการสัมผัสใบหน้า
มือของเราสัมผัสสิ่งสกปรกและเชื้อโรคอยู่ตลอดเวลา การนำมือมาจับ แกะ หรือเกาใบหน้าบ่อย ๆ จึงเป็นการเติมแบคทีเรียเข้าสู่รูขุมขนโดยตรง ซึ่งเป็นตัวการกระตุ้นให้สิวเกิดการอักเสบได้ง่าย การหลีกเลี่ยงการจับใบหน้าโดยไม่จำเป็น จะช่วยลดโอกาสเกิดสิวใหม่และปล่อยให้สิวเดิมสมานตัวได้เร็วขึ้น
ลดของหวาน ของมัน ของทอด
อาหารที่มีน้ำตาลสูงและของทอดมัน ๆ จะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนอินซูลินมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะสั่งการให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมาบนผิวหน้ามากผิดปกติ เมื่อน้ำมันรวมตัวกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว จึงเกิดการอุดตันในรูขุมขนได้ง่าย การลดอาหารกลุ่มนี้จึงช่วยตัดต้นตอของหน้ามันและสิวอุดตันได้
ทำความสะอาดผิวให้ถูกต้อง
การล้างหน้าคือขั้นตอนพื้นฐานที่สุดในการป้องกันสิว ควรทำความสะอาดผิวหน้าอย่างอ่อนโยน 2 ครั้งต่อวัน (เช้า-เย็น) หรือหลังเหงื่อออกมาก เพื่อขจัดคราบสิ่งสกปรก เครื่องสำอาง และความมันส่วนเกิน ไม่ให้ตกค้างอุดตันรูขุมขน โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ค่า pH สมดุล และไม่เช็ดถูใบหน้าแรง ๆ เพื่อป้องกันการระคายเคือง
ลดความเครียด
เมื่อร่างกายเกิดความเครียดสะสม จะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมา ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้หน้ามันและเกิดสิวเห่อได้ง่าย การจัดการความเครียดด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอและทำกิจกรรมผ่อนคลาย จึงเป็นการปรับสมดุลฮอร์โมนภายใน ช่วยให้ผิวพรรณสดใสและลดโอกาสการเกิดสิวฮอร์โมนได้อย่างยั่งยืน
14 วิธีรักษาสิว ลดสิว ให้หายด้วยตัวเอง
รวม 14 วิธีรักษาสิวง่าย ๆ ทำที่บ้านก็สามารถหายได้
1. กินยารักษาสิว

การกินยารักษาสิว จะสามารถออกฤทธิ์เพื่อช่วยลดการสร้างและหลั่งน้ำมัน ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบที่เกิดขึ้นได้ครับ แต่อย่างไรก็ตาม การกินยาควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เนื่องจากยาแต่ละชนิดอาจมีผลข้างเคียง
2. ใช้ยาทารักษาสิว

ยาทารักษาสิว จัดได้ว่าเป็นไอเทมยอดฮิตที่คนเป็นสิวบ่อย ๆ รู้จักกันดีเลยหล่ะครับ เพราะนอกจากจะใช้งานง่าย ราคาจับต้องได้ หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ลดสิว ลดการอักเสบได้แล้ว ยังมีหลายชนิดให้เลือกสรรได้ตามใจ ดังนี้
- ยาทากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ
- กลุ่มเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์
- กรดอะเซเลอิค
- ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
- กรดซาลิไซลิก
- ยาที่มีซัลเฟอร์หรือกำมะถันเป็นส่วนประกอบ
อย่างไรก็ตาม ควรเลือกใช้ยาทาเหล่านี้ตามคำแนะนำของเภสัชหรือแพทย์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้
3. ยาปฏิชีวนะ

การใช้ยาปฏิชีวนะ สามารถช่วยรักษาสิวที่มีระดับความรุนแรงปานกลางไปจนถึงรุนแรงมากได้ โดยยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่มักจะต้องใช้ควบคู่กับยาอื่น ๆ เช่น Benzoyl Peroxide เพื่อป้องกันภาวะเชื้อดื้อยาด้วยครับ
4. ล้างหน้าให้สะอาด

การล้างหน้าให้สะอาดเป็นขั้นตอนสำคัญในการรักษาสิว ควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่เหมาะกับสภาพผิว อย่าใช้สบู่ที่มีฤทธิ์รุนแรงเพราะจะทำให้ผิวแห้งและระคายเคือง จากนั้นให้ซับหน้าเบา ๆ ด้วยผ้าสะอาด การล้างหน้าอย่างถูกวิธีจะช่วยขจัดสิ่งสกปรก น้ำมัน และแบคทีเรียที่อุดตันรูขุมขนบนใบหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้
5. ทาครีมกันแดด

หลายคนอาจจะมองข้ามขั้นตอนของการทาครีมกันแดดไป เพราะคิดว่าอาจจะไม่ช่วยในเรื่องสิว แต่จริง ๆ แล้ว การทาครีมกันแดดเป็นขั้นตอนสำคัญในการดูแลผิวและป้องกันสิว แสงแดดสามารถทำให้ผิวแห้ง ระคายเคือง และเพิ่มการผลิตน้ำมัน ซึ่งนำไปสู่การเกิดสิว จึงควรทาครีมกันแดดสม่ำเสมอแม้อยู่ในร่ม และเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF อย่างน้อย 30 และควรเลือกชนิดที่เหมาะกับผิวที่เป็นสิวง่าย เพื่อลดโอกาสอุดตันรูขุมขน
6. งดการแต่งหน้า
วิธีที่ช่วยให้ผิวได้พักผ่อนและฟื้นฟูตัวเองคืองดการแต่งหน้า เครื่องสำอางหลายชนิดมีส่วนผสมที่อาจอุดตันรูขุมขนและทำให้เกิดสิว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ หากจำเป็นต้องแต่งหน้า ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีน้ำมัน และไม่อุดตันรูขุมขน หรือใช้เครื่องสำอางให้น้อยที่สุด และล้างออกให้สะอาดหมดจดก่อนนอน อย่าลืมทำความสะอาดแปรงและฟองน้ำแต่งหน้าสม่ำเสมอ เพราะเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย
7. งดการกินน้ำตาล

การลดน้ำตาลเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดการเกิดสิว อาหารที่มีน้ำตาลสูง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนอินซูลินมากขึ้น ซึ่งกระตุ้นการผลิตน้ำมันบนผิวหนังและเพิ่มการอักเสบ นำไปสู่การเกิดสิวที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง
8. รับประทานอาหารที่ช่วยลดสิว

การรับประทานอาหารที่เหมาะสมสามารถช่วยลดการเกิดสิวได้ ควรเน้นอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสุขภาพผิว เช่น วิตามิน A, C, E และสังกะสี ผักใบเขียวเข้ม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ช่วยปกป้องผิว ถั่วและเมล็ดพืชที่ช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันบนผิวหนัง เป็นต้น
9. ดื่มน้ำเยอะ ๆ

ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะการดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสิวและสุขภาพผิวโดยรวม น้ำช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ทำให้ผิวชุ่มชื้น และช่วยให้เซลล์ผิวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
10. พักผ่อนให้เพียงพอ

การพักผ่อนให้เพียงพอเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาสิวและสุขภาพผิว ระหว่างการนอนหลับ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนซึ่งช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหาย และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแลดูสดใสและมีสุขภาพดี ควรนอนหลับอย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงต่อคืน การนอนไม่เพียงพอทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนความเครียดมากขึ้น ซึ่งกระตุ้นการผลิตน้ำมันบนผิวหนังและนำไปสู่การเกิดสิว
11. ออกกำลังกาย ลดเครียด
การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ทำให้ออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ผิวได้ดีขึ้น ช่วยขับเหงื่อและสารพิษออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยลดความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน
12. มาส์กหน้ารักษาสิว
ที่จริงแล้ว การมาส์กหน้าก็มีประโยชน์ในการรักษาสิวเช่นเดียวกัน เพราะสามารถช่วยในเรื่องของการปลอบประโลมผิว รักษาสมดุลความชุ่มชื้นภายในผิว บำรุงให้สารอาหารผิวเพิ่มเติม ผ่อนคลายผิวหน้าและความเครียด ทำให้ผิวหน้ากลับมาดูเนียน สดใส ลดโอกาสการเกิดสิวได้อีกด้วย
13. ใช้ผลิตภัณฑ์ลดการอักเสบ
การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ลดการอักเสบ อ่อนโยนต่อผิวหนัง จะช่วยให้เนื้อเยื่อเกิดการฟื้นฟูตนเองได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากไม่มีสารเข้ามากระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบซ้ำ ๆ สิวก็จะมีโอกาสจางหายได้เร็วขึ้นนั่นเอง
14. รักษาสิวด้วยครีมบำรุงสิว
การเลือกใช้ครีมบำรุงก็มีส่วนสำคัญ เราจะต้องดูส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก หากคุณเป็นคนที่ผิวบอบบาง เป็นสิวง่าย ควรจะหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ การอุดตัน อย่างการใช้เครื่องสำอางหรือครีมบำรุงผิวแบบ Non-allergenic หรือ Non-acnegenic เป็นต้น

รักษาสิวด้วยยาอย่างไรให้เห็นผล
การใช้ยารักษาสิวให้ได้ผลดีที่สุด ต้องเริ่มต้นจากการประเมินโดยแพทย์ เพื่อเลือกตัวยาที่ตรงกับประเภทและระดับความรุนแรงของสิว ไม่ควรซื้อยาทาหรือยารับประทานเองเพื่อป้องกันการดื้อยา หัวใจสำคัญคือต้องมีวินัย ทายาหรือกินยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด สม่ำเสมอ และใช้มอยส์เจอไรเซอร์ควบคู่เพื่อลดอาการผิวแห้งลอก ที่สำคัญอย่าหยุดยาเองกะทันหันแม้สิวจะยุบลงแล้ว เพื่อตัดวงจรไม่ให้สิวกลับมาเห่อซ้ำ
สิวมีกี่ชนิด
ก่อนจะไปดูวิธีรักษาสิว มาดูกันก่อนดีกว่าว่าสิวมีที่ประเภท
1. สิวที่ไม่มีการอักเสบ

สิวที่ไม่มีการอักเสบ(Non-inflammatory acne) คือ สิวที่มีลักษณะนูน เป็นเม็ดขนาดเล็ก มองเห็นไม่ค่อยชัดเจนเนื่องจากจะไม่ทำให้ผิวบริเวณนั้นแดง เมื่อสัมผัสจะรู้สึกว่าเม็ดสิวมีความแข็งๆ แต่ไม่ทำให้รู้สึกเจ็บหรือบวม โดยชนิดสิวที่จัดอยู่ในประเภทนี้ ได้แก่…
- สิวอุดตัน
- สิวไม่มีหัว
- สิวหัวดำ
- สิวผด
- สิวไต
2. สิวที่มีการอักเสบ

สิวที่มีการอักเสบ (Inflammatory acne) คือ สิวที่มีลักษณะบวม นูนแดง สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อสัมผัสแล้วจะให้ความรู้สึกเจ็บ ส่วนใหญ่เม็ดสิวมักจะมีขนาดปานกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ หรือเป็นสิวหลายเม็ดที่เรียงติด ๆ กัน จนเสมือนว่าเป็นสิวขนาดใหญ่
สิวประเภทนี้ ควรเข้ารับการรักษาสิว เพราะมีโอกาสที่จะเกิดหลุมสิวหรือรอยสิวภายหลังได้ โดยชนิดสิวที่อยู่ในประเภทนี้ ได้แก่…
- สิวหัวหนอง
- สิวหัวช้าง
- สิวติดสาร หรือ สิวสเตียรอยด์
- สิวซีสต์
ระดับความรุนแรงของการเป็นสิว
ต่อไปนี้เรามาดูระดับความรุนแรงของสิวกันบ้าง โดยมีด้วยกันทั้งหมด 3 ระดับ ดังนี้
สิวระดับความรุนแรงน้อย (Mild Acne)
สิวที่มีระดับความรุนแรงน้อย ส่วนใหญ่มักจะเป็นเม็ดสิวอุดตันที่ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดใด ๆ เช่น สิวหัวดำ สิวหัวขาว หรืออาจพบสิวอักเสบขนาดเล็ก เช่น สิวตุ่มแดง สิวหัวหนอง ประมาณ 5-10 จุด
สิวระดับปานกลาง (Moderate Acne)
สิวระดับปานกลาง มักจะเกิดสิวอักเสบขนาดเล็กผสมกับสิวอักเสบขนาดใหญ่ โดยมักจะมีสิวอักเสบขนาดเล็ก 10 จุดขึ้นไป และมีสิวอักเสบขนาดใหญ่ร่วมอยู่ด้วยประมาณ 1-5 จุด
สิวที่มีความรุนแรงมาก (Severe Acne)
สิวระดับความรุนแรงมาก จะพบทั้งสิวอักเสบขนาดเล็กและสิวอักเสบขนาดใหญ่รวมกันเป็นจำนวนมาก และมักจะเห่อขึ้นตามบริเวณต่าง ๆ ก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก แนะนำว่าควรรีบเข้ารักษาสิวเพื่อยับยั้งอาการดังกล่าว และป้องกันการเกิดรอยดำ รอยแดง จากสิว หรือโอกาสที่จะเกิดรอยแผลเป็นจากสิวขึ้นได้
รวมวิธีรักษาสิวด้วยหัตถการ การรักษาสิวเร่งด่วน สามารถทำได้ดังนี้
ดูวิธีรักษาสิวด้วยตัวเองกันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูวิธีรักษาแบบเร่งด่วน ที่สามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกๆ ที่ทำการรักษากันบ้าง
กดสิว
หลาย ๆ คน คงสงสัยว่า การกดสิวจะช่วยในการรักษาสิวได้ยังไง? ไม่ใช่ว่าจะทำให้เกิดการบวม อักเสบขึ้นมากกว่าเดิมเหรอ?
หมอต้องขอบอกก่อนนะครับว่า จริง ๆ แล้ว การกดสิวกับการบีบสิวไม่เหมือนกัน การกดสิวจะใช้เครื่องมือทำ โดยแพทย์ที่มีทักษะการกดสิวอย่างถูกวิธี จะทำให้ผลลัพธ์ที่ได้คือการนำหัวสิวที่อุดตัน หรือหนองที่ค้างอยู่ภายในสิวออกมา สิวก็จะค่อย ๆ ยุบตัว การอักเสบลดลง และจางหายไปในที่สุด
ส่วนการบีบสิว จะเป็นการใช้นิ้วมือบีบบริเวณที่เป็นตุ่มสิว ซึ่งหากทำรุนแรงจนเกินไป หรือทำผิดวิธี ก็จะทำให้สิวมีการอักเสบ บวมแดงขึ้นมากกว่าเดิม อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดรอยสิวขึ้นตามหลัง ทำให้หลาย ๆ คน ต้องเสียเงินไปรักษารอยสิวด้วยเลเซอร์รอยสิวอีก
เลเซอร์รักษาสิว
เลเซอร์เป็นการรักษาด้วยการใช้คลื่นพลังงานแสงยิงเข้าสู่ผิวบริเวณที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งสามารถทำได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำเลเซอร์หลุมสิว เลเซอร์รอยดำ หรือเลเซอร์รักษาสิว เพื่อทำให้ปัญหาสิวดีขึ้นอย่างรวดเร็วและแก้ไขอย่างตรงจุด
ฉีดสิว
การฉีดสิว เป็นการฉีดยาที่มีคุณสมบัติลดการอักเสบเข้าสู่เม็ดสิวโดยตรง มักจะทำในผู้ที่มีสิวอักเสบ บวมเป็นก้อนใต้ผิวหนัง เพราะจะทำให้สิวเกิดการอักเสบลดลง ไม่ต้องกรีดให้เกิดแผลใหม่ สามารถทำให้สิวยุบและจางหายได้เร็ว แต่อย่างไรก็ตาม มีโอกาสที่จะเกิดรอยแผลเป็นตามมาได้
ปรึกษาแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง
หากเป็นสิวแล้วไม่มั่นใจว่าจะต้องทำอย่างไร อยากรักษาสิวอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันการเกิดผลกระทบอื่น ๆ ตามมา หรือคนที่เป็นสิวเรื้อรัง ไม่หายสักที การเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจและตรงจุดเช่นกัน เพราะนอกจากจะค้นหาสาเหตุแล้ว ยังสามารถวางแผนการรักษาที่ต้นตอ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้อีกด้วย
รักษาสิวที่เอ็มวีต้าคลินิก
“เอ็มวีต้าคลินิก” ทางเราเป็นคลินิกที่มีการให้บริการมาอย่างยาวนานถึง 16 ปี มีเคสรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง รักษาเสร็จสิ้นจนเห็นผลลัพธ์ชัดเจนกว่า 10,000 เคสขึ้นไป
ให้คุณสามารถมั่นใจ ไร้ความกังวล เพราะทางเรามีทั้งคุณหมอและพยาบา ที่มีใบประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้อง มาคอยดูแล ให้คำแนะนำคุณในทุกขั้นตอน พร้อมทั้งมีบริการติดตามผลหลังการรักษาสิว เพื่อให้ปัญหาสิว ผิวพัง หายขาดในระยะยาว ไม่ต้องกลับมาเป็นซ้ำ ๆ

โปรแกรมรักษาสิวเด่น ๆ ที่น่าสนใจจาก เอ็มวีต้าคลินิก
โดยทางเอ็มวีต้าคลินิก เรามีโปรแกรมเด่น ๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้
Acni-CLEAR
โปรแกรม Acni-Clear เป็นโปรแกรมที่รักษาสิวได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสิวหัวขาว สิวอุดตัน สิวอักเสบ ฯลฯ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวชัดเจน ไม่ค่อยมีรอยสิวปรากฏ
Med-ACLEAR
โปรแกรม Medi-Aclear เป็นโปรแกรมยอดนิยมที่รักษาทั้งสิวและรอยได้อย่างครบวงจร โดยหมอจะมีการทำทรีตเม้นท์รักษาสิว ร่วมกับการใช้เลเซอร์แสงสีเหลือง “QuadrostarPro Yellow” หรือที่เรียกในอีกชื่อว่า “pro yellow Laser” เป็นการใช้พลังงานแสงที่มีความยาวคลื่น 577 นาโนเมตร ยิงเข้าสู่ผิวบริเวณที่มีปัญหา ซึ่งจะสามารถช่วยในเรื่องของการรักษาสิว รอยดำ รอยแดง จุดด่างดำ ปัญหาเกี่ยวกับเส้นเลือด คีลอยด์ รอยแผลเป็น รวมไปจนถึงการทำให้ผิวกระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอยได้อีกด้วยครับ โปรแกรมนี้แนะนำเลยครับ ได้ผลดีและเร็วมากที่สุดจริง ๆ ครับ


รีวิว รักษาสิวกับแพทย์
รีวิวจากลูกค้าของ M Vita Clinic ครับ












คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรักษาสิว ( Q & A )
Q : รักษาสิวด้วยตัวเองได้ไหม?
สำหรับสิวอุดตันหรือสิวอักเสบระดับไม่รุนแรง สามารถรักษาสิวด้วยตนเองได้ครับ โดยปกติสิวสามารถเกิดขึ้นและจางหายไปเองได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องรู้วิธีที่ถูกต้อง เพราะหากดูแลผิดวิธีหรือปล่อยให้สิวอักเสบรุนแรงขึ้น อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่รักษายากกว่าเดิมได้ ในกรณีท่านที่เป็นสิวรุนแรง หมอแนะนำว่าควรเข้ารับการรักษาสิวโดยแพทย์ที่มีความชำนาญโดยตรงเลยจะได้ผลไวกว่า และดีกว่าการรักษาด้วยตัวเองครับ
Q : ทำยังไงให้สิวหายเร็วๆ ?
การรักษาสิว ต้องใช้เวลาและความอดทน แต่เราก็สามารถที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้สิวหายเร็วขึ้นได้ จากการเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี และปรับพฤติกรรมบางอย่างให้ดีขึ้น เช่น การไม่บีบ แกะ แคะสิว การไม่สัมผัสสิวบ่อย ๆ หรือการผ่อนคลายความเครียดบ้าง พักผ่อนให้เพียงพอ และที่สำคัญคือ เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องตามแผนของแพทย์ ก็จะทำให้สิวจางหายได้เร็วขึ้นครับ
Q : เป็นสิวแต่งหน้าได้ไหม ?
หากเป็นไปได้ ให้หลีกเลี่ยงแต่งหน้า เพื่อให้ผิวหน้าได้ฟื้นฟูตนเองแบบไม่มีสารอื่น ๆ มากระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองซ้ำ และอาจทำให้สิวจางหายได้เร็วกว่า
แต่ถ้าหากจำเป็นต้องแต่งหน้าจริง ๆ ก็สามารถทำได้ครับ แต่ควรเลือกใช้เครื่องสำอางสำหรับผิวเป็นสิวง่าย (Non-comedogenic) หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน และต้องทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจดทุกครั้งหลังใช้งานด้วยคลีนซิ่งที่อ่อนโยน ที่สำคัญไม่ควรใช้รองพื้นหรือครีมที่มีส่วนผสมที่ทำให้ผิวอุดตันง่าย
Q : กินช็อกโกแลต นมวัว ทำให้สิวขึ้นจริงหรือไม่ ?
สำหรับกลุ่มที่ชื่นชอบช็อกโกแลตอย่างเรา ๆ ก็มักจะเคยได้ยินความเชื่อที่ว่า “กินช็อกโกแลตจะทำให้สิวขึ้น” ต้องขอบอกเลยนะครับว่างานวิจัยในปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าช็อกโกแลตเป็นสาเหตุโดยตรงของการเกิดสิว แต่พบว่าอาหารที่มีน้ำตาลสูงและผลิตภัณฑ์จากนมวัว อาจกระตุ้นให้สิวเห่อในบางคนได้ เนื่องจากส่งผลต่อระดับฮอร์โมนและการอักเสบในร่างกาย ดังนั้น หากสังเกตว่าทานอะไรแล้วสิวขึ้น ควรลองงดอาหารชนิดนั้นดูครับ
สรุป วิธีรักษาสิว
สิวถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ สิวอุดตัน และสิวอักเสบ ซึ่งแต่ละประเภท มีลักษณะสิว ระดับความรุนแรง และวิธีการดูแลที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะสิวอักเสบระดับปานกลางไปจนถึงระดับมาก จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาอย่างยิ่ง เนื่องจากหากปล่อยทิ้งไว้จนหายเอง หรือรักษาสิวไม่ถูกวิธี จะมีโอกาสสูงที่จะเกิดรอยสิว หลุมสิวตามมาได้
ที่ M Vita Clinic เรามีเทคโนโลยีมากมายที่เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็น Q switch Laser Dual Yellow Laser Diode Laser ฯลฯ ไม่ว่าจะปัญหาผิวแบบไหนก็สามารถจัดการได้ โดยแพทย์และพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจะคอยดูแลคุณตลอดทั้งกระบวนการรักษา หากใครสนใจเข้ารับบริการ สามารถติดต่อได้ที่…
- เปิด วันอังคาร – อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์)
- อังคาร – ศุกร์ : 11:00 – 20:00 , เสาร์ – อาทิตย์ : 10:00 – 20:00
- ตั้งอยู่บน ถนน อโศกมนตรี หรือสุขุมวิท 21 ตรงข้ามโรงพยาบาลจักษุรัตนิน ครับ
- สามารถจอดรถได้ที่ คอนโด สุขุมวิท ลิฟวิ่ง ทาวน์ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ
- เดินทางสะดวกได้ง่ายๆ สำหรับคนที่ไม่มีรถ หรือเลี่ยงรถติด ก็มาง่ายมากๆครับเพราะร้านเรา ใกล้กับ MRT เพชรบุรี ออก Exit 2 เดินมา
- ทางถนนอโศกมนตรี ประมาณ 200 เมตร ก็ถึง M Vita Clinic แล้วครับ
เอกสารอ้างอิง
- Acne: Diagnosis, Treatment, and Steps to Take. (2023, January 17). National Institute of Arthritis and Musculoskeletal and Skin Diseases. https://www.niams.nih.gov/health-topics/acne/diagnosis-treatment-and-steps-to-take
- Oleck, Joan. (2019, December 20). What Acne Vulgaris Looks Like and How to Treat It. Healthline. https://www.healthline.com/health/skin-disorders/acne-vulgaris#causes
- Sutaria, A.H., Masood, S., & Schlessinger, J. (2022, August 1). Acne Vulgaris. The National Center for Biotechnology Information. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK459173/
วันเผยแพร่


