เมื่อปัญหาสิวกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ที่บั่นทอนความมั่นใจ ไม่ว่าเราจะดูแลผิวดีแค่ไหน สิวอักเสบ สิวอุดตัน หรือรอยแดงก็ยังวนเวียนกลับมาเป็นซ้ำ การรักษาด้วยการทายาเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ เทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างเลเซอร์สิว จึงกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมที่ช่วยกู้คืนผิวหน้าใส บทความนี้ M Vita Clinic จะพาไปดูว่าการทำเลเซอร์รักษาสิวคืออะไร มีกี่แบบ และคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ เพื่อให้เข้าใจและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะกับปัญหาผิวหน้ามากที่สุด
การเลเซอร์สิว คืออะไร? ช่วยรักษาผิวหน้าได้อย่างไร
เลเซอร์สิว คือ เทคโนโลยีการรักษาผิว โดยใช้คลื่นพลังงานแสงที่มีความเข้มข้นสูงและความยาวคลื่นเฉพาะเจาะจง ยิงลงไปในชั้นผิวหนังเพื่อรักษาปัญหาสิวและผลข้างเคียงที่เกิดจากสิว โดยเฉพาะการเลเซอร์สิวอุดตัน ที่จะเปลี่ยนพลังงานเป็นความร้อนเพื่อเข้าไปทำลายเชื้อแบคทีเรีย C. acnes ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว พร้อมทั้งช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้หน้ามันน้อยลง นอกจากนี้ พลังงานบางช่วงคลื่นยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและผลัดเซลล์ผิว ทำให้รอยแดง รอยดำจางลง และช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้น โดยเลเซอร์แต่ละชนิดจะมีกลไกการทำงานที่แตกต่างกันไปตามเป้าหมายที่ต้องการรักษา การทำเลเซอร์รักษาสิวจึงเป็นการรักษาที่ครอบคลุมทั้งการหยุดสิวเดิมและป้องกันสิวใหม่ในคราวเดียวกัน
เจาะลึก 3 เทคโนโลยีเลเซอร์ เลือกใช้ให้ตรงจุด ตอบโจทย์ทุกระยะสิว
- เลเซอร์สยบสิวอักเสบและคุมความมัน (Active Acne) เน้นจัดการสิวที่ต้นเหตุเพื่อหยุดวงจรการเกิดซ้ำ โดยใช้พลังงานความร้อนเข้าถึงต่อมไขมันโดยตรง เพื่อลดการผลิตน้ำมันส่วนเกินและกำจัดเชื้อแบคทีเรีย C. acnes ช่วยให้สิวที่กำลังบวมแดงยุบตัวไวขึ้นและป้องกันการเกิดสิวใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เลเซอร์ลบเลือนรอยแดงและรอยดำ (Post-Acne Recovery) มุ่งเน้นการฟื้นฟูผิวหลังสิวหายเพื่อคืนความกระจ่างใส โดยเครื่องกลุ่ม Vascular Laser จะเข้าไปจัดการกับเส้นเลือดที่ขยายตัวผิดปกติเพื่อลดรอยแดง ควบคู่ไปกับการสลายเม็ดสีเมลานินที่ตกค้างให้จางลง ช่วยเปลี่ยนผิวที่ดูช้ำให้กลับมาสม่ำเสมอและเรียบเนียนอีกครั้ง
- เลเซอร์ปรับผิวเรียบและเติมเต็มหลุมสิว (Scar Resurfacing) แก้ปัญหาแผลเป็นจากสิว โดยใช้เทคโนโลยีปรับสภาพผิว เพื่อส่งพลังงานลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวลึก ช่วยเติมเต็มหลุมสิวให้ตื้นขึ้น พร้อมทั้งผลัดเซลล์ผิวชั้นบนที่ขรุขระให้เรียบเนียนและกระชับรูขุมขนให้เล็กลง
แนะนำโปรแกรมเลเซอร์รักษาสิว มีกี่แบบ? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับปัญหาผิว

เทคโนโลยีเลเซอร์สิวได้รับการพัฒนาไปไกลมาก มีเครื่องมือหลากหลายชนิดที่ออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหาผิวที่แตกต่างกันไป การเลือกประเภทของเลเซอร์ให้เหมาะสมกับปัญหาสิว จะช่วยให้ผลลัพธ์ในการรักษาเห็นผลชัด และมีประสิทธิภาพ
Pico Laser
Pico Laser เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์รักษาสิว ที่ทำงานโดยการปล่อยพลังงานเลเซอร์ในระดับความเร็ว 1 ต่อล้านล้านวินาที (Picosecond) ทำให้เกิดแรงกระแทกเข้าไปแตกเม็ดสีที่ผิดปกติให้ละเอียดเป็นเม็ดเล็ก ๆ ร่างกายจึงกำจัดออกได้ง่าย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการรักษารอยดำจากสิว ฝ้า กระ และจุดด่างดำ นอกจากนี้ พลังงานยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ชั้นผิว ช่วยเติมเต็มหลุมสิวตื้น ๆ และกระชับรูขุมขน ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหารอยสิวและหลุมสิวร่วมกัน
V-Beam
V-Beam เป็นเลเซอร์ชนิด Pulsed Dye Laser ที่มีความยาวคลื่น 595 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงคลื่นที่จับกับเม็ดสีแดงในเม็ดเลือดได้ดีที่สุด หลักการทำงานคือเลเซอร์จะเข้าไปทำให้เส้นเลือดที่ขยายตัวผิดปกติบริเวณสิวอักเสบหดตัวลง และทำลายเชื้อแบคทีเรียต้นเหตุของสิว ส่งผลให้สิวอักเสบยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งช่วยลดเลือนรอยแดงจากสิวให้จางลง V-Beam จึงเป็นเลเซอร์ที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวอักเสบเห่อแดง หรือมีรอยแดงจากสิวที่รักษายาก ช่วยให้ผิวกลับมาดูสม่ำเสมอและกระจ่างใสขึ้น
Dual Yellow
Dual Yellow เป็นเลเซอร์ที่ผสมผสานพลังงานแสง 2 สี คือ แสงสีเหลืองและแสงสีเขียวเข้าด้วยกัน โดยแสงสีเหลืองจะช่วยทำลายเส้นเลือดฝอยที่หล่อเลี้ยงเม็ดสิว ทำให้สิวฝ่อตัวลงและลดรอยแดง ส่วนแสงสีเขียวจะช่วยลดเม็ดสีเมลานิน ลดรอยดำ และปรับสีผิวให้สว่างใส จุดเด่นของโปรแกรมเลเซอร์ Dual Yellow คือมีความอ่อนโยนสูง ไม่ทำให้ผิวหน้าไหม้หรือตกสะเก็ด หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสิวผด สิวอักเสบ รอยสิว
Fractional CO2
โปรแกรมเลเซอร์ CO2 คือ เลเซอร์ในกลุ่ม Ablative Laser ที่เน้นการรักษาหลุมสิวและปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน มีหลักการทำงานคือการยิงลำแสงขนาดเล็กจำนวนมากลงไปทำลายพังผืดที่ยึดเกาะหลุมสิว และกระตุ้นให้เกิดกระบวนการซ่อมแซมผิวใหม่ ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเติมเต็มร่องลึก ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้จะเป็นเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาหลุมสิวลึก แต่จะมีระยะเวลาพักฟื้นที่ต้องดูแลผิวเป็นพิเศษ เพราะจะเกิดสะเก็ดบาง ๆ ทั่วใบหน้าประมาณ 5-7 วัน
เปิดข้อดี-ข้อเสีย ของการทำเลเซอร์สิว

ก่อนตัดสินใจเลือกโปรแกรมการเลเซฮร์สิว จำเป็นต้องมีข้อมูลเพื่อใชเประกอบการตัดสินใจให้รอบด้าน เพราะแม้ว่าเลเซอร์จะเป็นตัวช่วยที่ดีในการกำจัดสิว แต่ก็มีทั้งจุดเด่นและข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา
ข้อดีของการเลเซอร์สิว
- เห็นผลลัพธ์รวดเร็ว การทำเลเซอร์ ช่วยให้สิวอักเสบยุบตัวและแห้งไวกว่าการทายาเพียงอย่างเดียว เหมาะกับช่วงเวลาที่เราต้องการใช้หน้าเร่งด่วน
- รักษาครอบคลุม สามารถจัดการได้ทั้งเชื้อสิว ลดความมัน ลบรอยแดง รอยดำ และช่วยกระชับรูขุมขนไปพร้อมกันในโปรแกรมเดียว
- ลดโอกาสเกิดสิวใหม่ พลังงานจากโปรแกรมเลเซอร์บางชนิดช่วยทำลายต่อมไขมันที่ทำงานมากเกินไป ทำให้หน้ามันน้อยลง ลดโอกาสการอุดตันในระยะยาว
- ปรับสภาพผิวโดยรวม นอกจากเรื่องสิว การทำเลเซอร์ยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวหน้าดูเนียนละเอียด กระจ่างใส และดูสุขภาพดีขึ้น
- แม่นยำและตรงจุด แพทย์สามารถปรับค่าพลังงานของเลเซอร์รักษาสิวให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคลได้ ลดผลข้างเคียงต่อผิวบริเวณข้างเคียง
ข้อเสียที่ต้องพิจารณา
- ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยยา
- ต้องทำต่อเนื่อง การทำเลเซอร์เพียงครั้งเดียวอาจไม่ทำให้สิวหายขาด ต้องอาศัยความต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้งขึ้นไปเพื่อให้เห็นผลชัดเจน
- มีช่วงพักฟื้น (Downtime) เลเซอร์สิวบางชนิด เช่น Fractional CO2 อาจทำให้หน้าแดง ตกสะเก็ด และต้องเลี่ยงแดดจัดในช่วงแรก
- ผิวไวต่อแสงชั่วคราว หลังทำโปรแกรมเลเซอร์รักษาสิว ผิวจะบอบบางลง ทำให้เราต้องดูแลเรื่องการทากันแดดและการหลบแดดอย่างเคร่งครัด
- อาจเกิดอาการระคายเคือ: ในผู้ที่มีผิวบอบบางมาก อาจเกิดอาการแดง แสบ หรือแห้งลอกได้ง่ายหลังทำ
โปรแกรมเลเซอร์สิวเหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีปัญหาสิวอักเสบเรื้อรัง สิวฮอร์โมน หรือสิวอุดตันที่ไม่ตอบสนองต่อการทายา
- ผู้ที่มีรอยแดง รอยดำจากสิวจำนวนมาก และต้องการให้จางลงอย่างรวดเร็ว
- ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิว ผิวหน้าไม่เรียบเนียน ต้องการฟื้นฟูผิวให้กลับมาเติมเต็ม
- ผู้ที่ต้องการทางลัดในการกู้ผิวหน้าให้ใสทันใจก่อนวันสำคัญ เช่น งานแต่งงาน หรืองานรับปริญญา
- ผู้ที่มีผิวมันมาก รูขุมขนกว้าง และต้องการลดการทำงานของต่อมไขมันด้วยโปรแกรม Laser สิว
โปรแกรมเลเซอร์สิวไม่เหมาะกับใคร
- สตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำเลเซอร์ทุกครั้ง
- ผู้ที่มีแผลติดเชื้อ ผิวหนังอักเสบรุนแรง หรือเป็นเริมบริเวณใบหน้า
- ผู้ที่เพิ่งผ่านการตากแดดจัด หรือผิวไหม้แดดมาภายใน 1-2 สัปดาห์
- ผู้ที่รับประทานยาบางชนิดที่ทำให้ผิวไวต่อแสง เช่น ยารักษาสิวกลุ่ม Isotretinoin หรือยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม
- ผู้ที่มีประวัติเป็นแผลเป็นนูน (Keloid) ง่าย อาจต้องระวังในการทำเลเซอร์บางชนิดที่รุนแรง
ผลข้างเคียงจากการทำโปรแกรม Laser สิว ที่อาจเกิดขึ้นได้

ผลข้างเคียงหลังการทำโปรแกรม Laser สิวที่พบได้บ่อยคือ ผิวหน้าแดงอมชมพู หรือมีความรู้สึกร้อนผ่าวบริเวณที่ทำ ซึ่งมักจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง สำหรับเลเซอร์ชนิดที่เน้นรักษาหลุมสิว อาจเกิดสะเก็ดบาง ๆ หลุดลอกภายใน 5-7 วัน นอกจากนี้ ผิวอาจมีความแห้งกร้านมากกว่าปกติในช่วงแรก จึงจำเป็นต้องเติมความชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยน และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว เพื่อป้องกันการระคายเคืองและช่วยให้ผิวฟื้นตัวจากการทำเลเซอร์ได้ดี
สรุปการทำเลเซอร์สิว คุ้มค่าหรือไม่?
การตัดสินใจทำโปรแกรมเลเซอร์สิว ถือเป็นการลงทุนเพื่อผิวหน้าที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็ว ช่วยให้มีผิวที่กระจ่างใสได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การเลเซอร์จะได้ผลดีที่สุดเมื่อทำควบคู่ไปกับการดูแลตัวเอง และที่สำคัญต้องทำโดยแพทย์ เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและเลือกใช้เครื่องมือได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย
หากคุณพร้อมที่จะบอกลาปัญหาสิว สามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอได้ที่ M Vita Clinic คุณหมอพร้อมให้คำปรึกษา เพื่อเลือกเครื่องเลเซฮร์ที่เหมาะกับปัญหาผิวของคุณมากที่สุด นอกจากนี้ที่ M Vita Clinic ยังมีรูปแบบการรักษาอื่น ๆ อีกด้วย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับเลเซอร์สิว
ทำเลเซอร์สิว เจ็บไหม? ต้องแปะยาชาหรือเปล่า?
ความรู้สึกขณะทำเลเซอร์รักษาสิวจะแตกต่างกันไปตามชนิดของเครื่องมือ โดยทั่วไปจะรู้สึกเหมือนยางดีดเบา ๆ ที่ผิว หรือรู้สึกอุ่น ๆ ในระดับที่ทนได้ หากเป็นเลเซอร์กลุ่มรักษารอยแดงหรือฆ่าเชื้อสิว มักไม่จำเป็นต้องแปะยาชา แต่หากเป็นเลเซอร์รักษาหลุมสิวที่มีพลังงานสูง ทางคลินิกจะมีการแปะยาชาให้ก่อนทำประมาณ 30-45 นาที เพื่อให้เรารู้สึกสบายผิวมากที่สุดขณะทำหัตถการ
เลเซอร์สิว ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
ผลลัพธ์ของการทำโปรแกรม Laser สิวสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ตั้งแต่ครั้งแรก เช่น หัวสิวแห้งลง หรือหน้าใสขึ้น แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนแพทย์มักจะแนะนำให้ทำต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาสิวและสภาพผิวของเรา โดยเว้นระยะห่างทุก 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวมีเวลาในการฟื้นฟูและสร้างเซลล์ใหม่ได้อย่างเต็มที่
ทำเลเซอร์แล้วสิวจะเห่อขึ้นมาอีกไหม?
การทำโปรแกรมเลเซอร์สิวเป็นการรักษาที่ปลายเหตุและควบคุมอาการ ไม่ใช่การตัดวงจรสิวถาวรหากเรายังมีพฤติกรรมเสี่ยงอาจกลับมาเป็นสิวได้อีก แต่หากเราดูแลความสะอาดดี พักผ่อนเพียงพอ และหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น สิวจะไม่เห่อขึ้นมารุนแรง และผิวจะแข็งแรงขึ้นจนสิวขึ้นยากกว่าเดิม
- เปิด วันอังคาร – อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์)
- อังคาร – ศุกร์ : 11:00 – 20:00 , เสาร์ – อาทิตย์ : 10:00 – 20:00
- ตั้งอยู่บน ถนน อโศกมนตรี หรือสุขุมวิท 21 ตรงข้ามโรงพยาบาลจักษุรัตนิน ครับ
- สามารถจอดรถได้ที่ คอนโด สุขุมวิท ลิฟวิ่ง ทาวน์ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ
- เดินทางสะดวกได้ง่ายๆ สำหรับคนที่ไม่มีรถ หรือเลี่ยงรถติด ก็มาง่ายมากๆครับเพราะร้านเรา ใกล้กับ MRT เพชรบุรี ออก Exit 2 เดินมา
- ทางถนนอโศกมนตรี ประมาณ 200 เมตร ก็ถึง M Vita Clinic แล้วครับ
วันเผยแพร่




