ไขข้อสงสัย สิวหัวหนองอักเสบ

ไขข้อสงสัย สิวหัวหนองอักเสบ บีบได้ไหม รักษาอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด?

สิวหัวหนองปัญหาสิวที่เกิดซ้ำ ๆ จะบีบก็ไม่กล้า ก็ใช้เครื่องสำอางปิดก็ไม่มิด เพราะสิวหนองชนิดนี้มีลักษณะโดดเด่นเป็นสิวหัวเหลือง คอยสร้างความรำคาญใจให้แก่ใครหลาย ๆ คน หากใช้วิธีรักษาสิวหัวหนองแบบไม่ถูกวิธีก็อาจกลายเป็นสิวอักเสบลุกลามไปอีก

ในบทความนี้หมอเลยอยากจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับ “สิวหัวหนอง” ตั้งแต่ทำความรู้จักกับสิวหัวหนองว่าคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร รวมไปถึงวิธีรักษาสิวหัวหนอง และตอบคำถามยอดนิยมเกี่ยวกับสิวหัวหนองครับ

สิวหัวหนอง คืออะไร

สิวหัวหนอง (Pustules) คือหนึ่งในสิวอักเสบที่มีหนองอยู่ข้างใน สิวอักเสบหัวหนองนี้มีลักษณะเป็นตุ่มแดงและมีจุดสีขาวเหลืองอยู่บนหัวสิว ซึ่งจุดสีขาวเหลืองนั่นก็คือหนองนั่นเองครับ สิวหัวหนองเกิดจากการอุดตันในรูขุมขน ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย น้ำมัน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว เป็นต้น โดยทั่วไปแล้วสิวหนองจะไม่มีอันตรายรุนแรง แต่อาจรู้สึกเจ็บ ๆ เมื่อสัมผัสที่สิวครับ ร่วมกับมีอาการอักเสบ คัน บวมแดง 

ลักษณะสิวหัวหนอง

สิวหัวเหลือง

สิวหัวหนองมีลักษณะเป็นตุ่มแดง ๆ เกิดจากการอักเสบของผิวหนังคล้ายกับสิวอักเสบ สิวหัวหนองอักเสบนี้จะมีหัวสิวที่เป็นหนองสีขาว หรือสิวหัวเหลืองอยู่ใต้ผิวหนัง สามารถพบได้ทั้งสิวหัวหนองเม็ดใหญ่ และสิวหัวหนองเล็ก ๆ อีกทั้งยังเกิดบนผิวหนังได้ทุกบริเวณครับ ในบางคนอาจขึ้นเพียงแค่ 1-2 เม็ด หรืออาจกระจุกอยู่บริเวณใดบริเวณหนึ่ง หรืออาจกระจายอยู่ทั่วผิวหนังก็ได้

สิวหัวหนอง เกิดจากอะไร

เป็นสิวหัวหนอง เกิดจากอะไร? สิวหัวหนองสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุเลยครับ ตั้งแต่การอุดตันของรูขุมขน ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป การดูแลตนเอง การใช้ยา หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวบางชนิด รวมถึงสิวบางประเภท เช่น สิวอุดตัน โดยสาเหตุสิวหัวหนอง มีดังนี้

การอุดตันของรูขุมขน

ต้นเหตุของสิวหัวหนองส่วนมากมักมาจากการอุดตันของรูขุมขน ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย น้ำมัน เหงื่อ เซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้สิ่งเหล่านี้เข้าไปสะสมในรูขุมขนจนทำให้เกิดการอุดตัน จนกลายเป็นสิวหัวหนอง

ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป

สิวหัวหนองที่เกิดจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป มาจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนภายในร่างกาย โดยปริมาณฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) จะเพิ่มสูงขึ้นและไปกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้ผลิตไขมันออกมาเป็นจำนวนมาก เมื่อไขมันรวมตัวกับเชื้อแบคทีเรีย หรือสิ่งแปลกปลอม ก็มีโอกาสที่จะกลายเป็นสิวหัวหนองได้ครับ

สภาพอากาศ

ในชีวิตประจำวันของเราเจอทั้งแสงแดด ฝุ่นควัน และมลพิษต่าง ๆ สภาพอากาศเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบ ทำให้เกิดสิวหัวหนองได้ รวมถึงมลพิษก็ยิ่งกระตุ้นอาการสิวหนองให้รุนแรงขึ้น ดังนั้นจึงควรดูแลทำความสะอาดผิวหน้าและผิวกายอยู่เสมอ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดสิวหัวหนอง และสิวประเภทอื่น ๆ ตามมา

พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน

การรับประทานอาหาร และการพักผ่อน ล้วนแต่เป็นปัจจัยทำให้เกิดสิวหัวหนองได้ สำหรับอาหารมักพบว่าผู้ที่รับประทานอาหารจำพวก ของหวาน แป้ง อาจทำให้เกิดสิวหนองง่าย ส่วนการพักผ่อนไม่ผ่อนเพียงพอก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดสิวหัวหนองได้เช่นกันครับ

การใช้ยา หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวบางชนิด

ส่วนผสมในเครื่องสำอาง ยา หรือสกินแคร์บางชนิดอาจทำให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนจนทำให้เกิดสิวหัวหนองได้ เช่น ซิลิโคน น้ำหอม แอลกอฮอล์ ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ เป็นต้น

การบีบสิวประเภทอื่น ๆ 

การบีบ แกะ แคะ เกา สิวประเภทอื่น ๆ สามารถเป็นต้นเหตุทำให้เกิดสิวหัวหนองได้ เนื่องจากสิ่งสกปรก หรือเชื้อแบคทีเรียเข้าไปในชั้นผิวหนังได้ง่าย ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อจนกลายเป็นสิวหนองครับ

สิวหัวหนองมักพบบริเวณไหน

บริเวณที่มักพบสิวหนองอักเสบส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันอยู่มาก หรือบริเวณ T-Zone จนทำให้เกิดการอุดตัน ผสมกับการสะสมของสิ่งสกปรก เชื้อแบคทีเรีย โดยสิวหัวหนองมักพบในบริเวณดังต่อไปนี้

  • สิวหัวหนองบริเวณใบหน้า โดยส่วนมากมักพบสิวขึ้นหน้าผาก สิวหัวหนองที่จมูก สิวหัวหนองที่แก้ม และสิวหัวหนองที่คาง เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นบริเวณที่มีต่อมไขมันอยู่มาก และยังเป็นที่ที่สัมผัสกับสิ่งสกปรกได้ง่าย รวมถึงสิวขึ้นหัวยังสามารถกลายเป็นสิวหนองที่หัวได้อีกด้วย
  • สิวหัวหนองบริเวณหลัง สิวที่หลังมักมาจากการอุดตันจากไขมัน เหงื่อ เซลล์ผิวที่ตายแล้ว รวมถึงสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่อยู่บนเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน นอกจากนี้สิวหัวเหลืองที่เป็นหนองยังสามารถมาจากผลิตภัณฑ์อาบน้ำสระผมทำให้เกิดสิวหัวหนองที่หลังได้อีกด้วย
  • สิวหัวหนองบริเวณอก เป็นอีกหนึ่งบริเวณที่เกิดจากความอับชื้น หรือการหมักหมมจากการสวมเสื้อผ้า รวมกับเหงื่อไคล จนทำให้เกิดเป็นสิวหัวหนองได้ครับ

วิธีรักษาสิวหัวหนอง

สิวหัวหนองรักษายังไง? ถึงแม้ว่าสิวหัวหนองจะเป็นหนึ่งในประเภทของสิวอักเสบ สามารถเห็นหัวสิวเป็นหนอง แต่จริง ๆ แล้วสิวหัวหนองรักษาไม่ยากเลย สามารถรักษาให้หายขาดได้ครับ สำหรับวิธีรักษาสิวหัวหนองมีดังนี้

1. รักษาสิวหัวหนอง ด้วยยาทา

ยารักษาสิวหัวหนอง

หลายคนมักถามมาถามหมออยู่บ่อย ๆ ว่าถ้าเป็นสิวหัวหนอง ใช้อะไรดีเพื่อรักษาสิวให้หาย? สำหรับยาทาที่ใช้รักษาสิวหัวหนองนั้น ส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมที่ช่วยลดการอักเสบ และฆ่าเชื้อแบคทีเรียต้นเหตุสิวหัวหนอง โดยยาทาเฉพาะที่ที่มีส่วนผสมในการรักษาสิวหัวหนองมีดังนี้

  • เรตินอยด์ (Retinoid) เป็นส่วนผสมที่ช่วยรักษาสิวหัวหนองทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นสิวหัวหนองไม่มีหัว สิวหัวช้างมีหนอง สิวหัวหนองสุก เป็นต้น มีคุณสมบัติยับยั้งการอักเสบ ลดการอุดตันของรูขุมขน ผลัดเซลล์ผิวเก่า ลดรอยดำ รอยแดง จากสิว และลดความมันบนใบหน้า 
  • กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) สามารถช่วยลดการอักเสบและการบวมของสิวหัวหนอง รวมถึงกำจัดไขมันที่อุดตันในรูขุมขน 
  • Benzoyl Peroxide มีคุณสมบัติทำลายเชื้อแบคทีเรีย ต้นเหตุการเกิดสิวหัวหนอง ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว แต่อาจมีผลข้างเคียงหากใช้ในปริมาณมากเกินไป เช่น หน้าแห้งลอกเป็นขุย เกิดการระคายเคือง เป็นต้น

2. รักษาสิวหัวหนอง ด้วยยารับประทาน

ทานยารักษาสิว

ยารักษาสิวหัวหนองด้วยยารับประทาน ส่วนมากจะใช้รักษาสำหรับผู้ที่เป็นสิวหัวหนองอย่างรุนแรง และควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ครับ โดยยารับประทานที่ใช้รักษาสิวหัวหนอง มีดังนี้

  • Amoxicillin หนึ่งในกลุ่มยาปฏิชีวนะที่ช่วยรักษาสิวหัวหนองที่มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย สามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และลดการอักเสบได้

3. รักษาสิวหัวหนอง ด้วยแผ่นดูดสิว

แผ่นดูดสิวหัวหนอง

หนึ่งในตัวช่วยรักษาสิวหัวหนองที่ใช้ง่าย และสะดวกอีกวิธีก็คือ การใช้แผ่นดูดสิวนั่นเองครับ แผ่นดูดสิวจะช่วยดูดซับเอาหนองออกมาทำให้สิวแห้งเร็ว และง่ายขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ ลดการระคายเคือง และลดการสัมผัสบริเวณสิวโดยตรงอีกด้วย 

4. รักษาสิวหัวหนอง ด้วยการเลเซอร์

ในปัจจุบันการรักษาสิวด้วยการใช้แสงเลเซอร์กำลังได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นวิธีการรักษาแบบใหม่ เทคโนโลยีมีการพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงยังให้ผลการรักษาที่ชัดเจน ใช้เวลาการรักษาน้อย มีผลข้างเคียงน้อยเมื่อเทียบกับการรักษายา และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นจากสิว นอกจากจะรักษาสิวหัวหนองได้แล้ว เลเซอร์ยังสามารถรักษารอยดำรอยแดง หรือใช้เลเซอร์รอยสิวได้อีกด้วยครับ โดยเลเซอร์ที่ใช้รักษาสิวหัวหนองในปัจจุบัน เช่น

  • Dual Yellow Laser
  • Long-pulse Nd:YAG laser 1064 nm
  • Vbeam Laser
  • Pico Laser
  • CO2 Laser

5. รักษาสิวหัวหนอง ด้วยโฟโตไดนามิก 

รักษาสิวหัวหนอง

การรักษาสิวหัวหนองด้วยโฟโตไดนามิก (Photodynamic Therapy หรือ PDT) เป็นการรักษาด้วยแสงเลเซอร์ร่วมกับสารเคมีที่ไวต่อแสง มีคุณสมบัติคือสามารถทำลายเซลล์ที่ทำงานผิดปกติและฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ เหมาะกับการรักษาสิวในระดับปานกลางถึงรุนแรง หรือสิวที่รักษาด้วยวิธีอื่น ๆ แล้วไม่ได้ผล 

6. รักษาสิวหัวหนอง โดยการพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

วิธีที่จะช่วยให้การรักษาสิวหัวหนองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรึกษาปัญหาสิวครับ เพราะแพทย์จะช่วยวิเคราะห์หาสาเหตุถึงต้นตอการเกิดสิวหัวหนอง และช่วยวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับตัวบุคคลครับ

ที่ Mvita Clinic เรามีแพทย์ประจำคลินิก นำโดยนพ. มนตรี อุดมประเสริฐกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม และการรักษาผิวพรรณประสบการณ์ยาวนานกว่า 12 ปี โดดเด่นในเรื่องรักษาสิวและรอยสิว เลเซอร์ผิวกระจ่างใส รวมถึงศัลยกรรม หัตถการปรับรูปหน้าต่าง ๆ พร้อมทั้งทีมงานที่ผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดี ผู้ที่สนใจสามารถขอรับคำปรึกษาผ่านทาง Line: @mvitaclinic หรือโทร. 026408097 ได้เลยครับ 

แนวทางป้องกันสิวหัวหนอง

วิธีรักษาสิวหัวหนอง

หากใครที่ไม่อยากกลับมาเป็นสิวหัวหนองซ้ำอีกหลาย ๆ รอบ หมอแนะนำให้ปฏิบัติตัว และดูแลพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตนเองให้ดี เพื่อลดการเกิดสิวหัวหนองที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยหมอมีแนวทางป้องกันสิวหัวหนอง ดังนี้

ดูแล รักษาความสะอาดผิวอย่างสม่ำเสมอ

วิธีป้องกันสิวหัวหนอง คือควรดูแลรักษาความสะอาดผิวอย่างสม่ำเสมอ โดยการทำความสะอาดผิวหน้า และผิวกายอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือหลังกิจกรรมที่ทำให้เกิดเหงื่อ เพื่อชะล้างแบคทีเรีย หรือเชื้อโรคที่อาจเป็นต้นเหตุให้เกิดสิวหัวหนอง 

หลีกเลี่ยงการสัมผัส บีบ แกะ กดสิวหัวหนองด้วยตนเอง

ถึงแม้ว่าจะสามารถกดสิวหัวหนองออกมาเองได้ แต่หมอก็ไม่แนะนำให้กดสิวออกมาเองครับเพราะอาจทำให้สิวอักเสบขึ้นมากกว่าเดิม และเมื่อสิวหายอาจทิ้งรอยแผลเป็น หรือหลุมสิวไว้ด้วย ดังนั้นหมอจึงแนะนำว่าให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธีจะดีกว่าครับ

ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อ่อนโยน และเพิ่มความชุ่มชื้น

เมื่อเป็นสิวหัวหนองควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อ่อนโยน ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว เพื่อไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง และเกิดการอุดตัน รวมไปถึงป้องกันไม่ให้ผิวแห้งจนเกินไป

ทำความสะอาดสิ่งที่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค หรือแบคทีเรีย

การรักษาความสะอาดสิ่งที่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค หรือแบคทีเรียจะช่วยลดการเกิดสิวหัวหนองได้ เช่น ควรเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ปลอกหมอน ผ้าเช็ดตัว อย่างน้อยทุก ๆ 1-2 สัปดาห์

รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทของหวาน ของมัน ของทอด แป้ง เนื่องจากอาหารเหล่านี้สามารถเป็นต้นเหตุก่อให้เกิดสิวหัวหนองได้ครับ เนื่องจากอาหารบางอย่างอาจไปกระตุ้นการทำงานของร่างกาย ทำให้ร่างกายผลิตไขมันเพิ่มขึ้น จนกลายเป็นสิวหัวหนองในที่สุดครับ

รีวิว รักษาสิวหัวหนองอักเสบ และเลเซอร์รอยสิว

รีวิว รักษาสิวและรอย คุณอาย 1
รีวิว รักษาสิวและรอย คุณมัช 2
รีวิว รักษาสิวและรอย คุณนัท 1

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับสิวหัวหนอง ( Q & A )

Q : บีบสิวหัวหนองเลยได้หรือไม่ ? 

บีบสิวหัวหนองได้ไหม? คำถามยอดฮิตที่ใครหลายคนถามหมอเข้ามากันนะครับ จริง ๆ แล้วสิวหัวหนองนี่ไม่ควรบีบด้วยตัวเองครับ เพราะการบีบสิวด้วยตนเองสามารถไปกระตุ้นให้สิวเกิดการอักเสบเพิ่มมากขึ้นได้ครับ หมอแนะนำให้รักษาตามวิธีที่แนะนำไปข้างต้น เพื่อรักษาสิวหัวหนองให้หายโดยไม่เกิดการอักเสบ หรือทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ครับ

Q : สิวหัวหนองกี่วันหาย ? 

โดยทั่วไปแล้วสิวหัวหนองจะใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ จึงจะค่อย ๆ ยุบตัวลงไป แต่อาจทิ้งรอยสิว หรือรอยแผลเป็นทิ้งไว้ หากต้องการรักษาสิวหัวหนองอย่างรวดเร็วหมอแนะนำให้เข้าปรึกษาแพทย์ก่อนครับ เพื่อหาวิธีรักษาที่ถูกต้อง และเหมาะสมต่อไป

Q : สิวหัวหนอง หายเองได้ไหม ? 

สิวหัวหนองไม่สามารถปล่อยให้หายได้เองตามธรรมชาติครับ ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้อาจมีเชื้อเหลืออยู่และอาจมีโอกาสเกิดสิวซ้ำครับ ดังนั้นหากพบว่าตนเองเป็นสิวหัวหนองให้ลองรักษาด้วยวิธีที่หมอแนะนำเบื้องต้น หรือเข้าปรึกษาแพทย์โดยตรงเพื่อรักษาอย่างถูกวิธี

สรุปเรื่อง สิวหัวหนอง

สิวหัวหนองเป็นหนึ่งในประเภทของสิวอักเสบ มักเกิดจากการอุดตันของรูขุมขน ผสมร่วมกับแบคทีเรีย เชื้อโรค น้ำมัน หรือเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เมื่อเป็นสิวหนองไม่ควรบีบหรือแกะสิวด้วยตนเอง เพราะอาจส่งผลให้สิวเกิดการอักเสบมากกว่าเดิม 

ดังนั้นวิธีรักษาสิวหัวหนองที่ดีที่สุดควรดูแลรักษาความสะอาดผิวของตนเองอย่างสม่ำเสมอ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อป้องกันไม่ให้สิวหัวหนองกลับมาเป็นซ้ำ ๆ อีกครับ

สำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาปัญหาสิวหัวหนอง หรือปัญหาสิวประเภทอื่น ๆ สามารถทักมาปรึกษา หรือสอบถามกับ Mvita Clinic ได้ครับ เรายินดีให้คำแนะนำ

คลินิกรักษาสิว Mvita Clinic นำโดยนพ. มนตรี อุดมประเสริฐกุล ผู้มีประสบการณ์ด้านความงามมากกว่า 12 ปี และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่ต้องการรับคำปรึกษาจากหมอ หรือนัดเข้ารักษาสามารถติดต่อตามช่องทางต่อไปนี้ได้เลยครับ

ข้อมูลของ เอ็มวีต้า คลินิก (Mvita Clinic)

  • เปิด วันอังคาร – อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์)
  • อังคาร – ศุกร์ : 11:00 – 20:00 , เสาร์ – อาทิตย์ : 10:00 – 20:00
  • ตั้งอยู่บน ถนน อโศกมนตรี หรือสุขุมวิท 21 ตรงข้ามโรงพยาบาลจักษุรัตนิน ครับ
  • สามารถจอดรถได้ที่ คอนโด สุขุมวิท ลิฟวิ่ง ทาวน์ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ
  • เดินทางสะดวกได้ง่ายๆ สำหรับคนที่ไม่มีรถ หรือเลี่ยงรถติด ก็มาง่ายมากๆครับเพราะร้านเรา ใกล้กับ MRT เพชรบุรี ออก Exit 2 เดินมา
  • ทางถนนอโศกมนตรี ประมาณ 200 เมตร ก็ถึง M Vita Clinic แล้วครับ

เอกสารอ้างอิง

Fletcher J. (May 31, 2019). What to know about pustules. Medical News Today. https://www.medicalnewstoday.com/articles/325342

Kahn A. (February 3, 2023). What Causes Pustules?. Healthline. https://www.healthline.com/health/pustules

Smith M. (August 12, 2022). Pustules. WebMD. https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/guide/pustules-facts

วันเผยแพร่

ปรึกษาทุกปัญหาความงามกับคุณหมอโดยตรง

    ชื่อ-สกุล*:

    เบอร์ติดต่อกลับ*:

    อีเมล์สำหรับส่งข้อมูล *

    เพศ:

    ชายหญิง

    อายุ (ปี):


    ต้องการปรึกษาคุณหมอเรื่องใด*:

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษา นโยบายความเป็นส่วนตัว และจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ ตั้งค่า

    ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    ยอมรับทั้งหมด
    จัดการความเป็นส่วนตัว
    • เปิดใช้งานตลอด

    บันทึกการตั้งค่า