สิวอุดตัน

ไขความลับ! สิวอุดตัน เกิดจากอะไร วิธีรักษา ใช้อะไรดี

สิวอุดตัน (Comedone) เป็นปัญหากวนใจที่ไม่เพียงแต่ลดความมั่นใจ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสิวอื่นๆที่หลาย ๆ ท่านอาจกำลังประสบอยู่ ซึ่งมีความสำคัญเพราะหากปล่อยไว้อาจก่อให้เกิดผลเสียตามมาได้หลายอย่าง เช่น สิวที่อุดตันอาจกลายเป็นสิวอักเสบ (Inflammatory acne) ซึ่งหากเป็นรุนแรงมาก ๆ (เช่น สิวหัวช้าง เป็นต้น) ก็อาจทิ้งรอยดำ รอยแดงจากสิว (Acne marks) หรือกลายเป็นหลุมสิว (Atrophic acne scar) ได้  หลายคนอาจสงสัยว่า สิวอุดตันเกิดจากอะไร มีวิธีรักษาแบบไหนที่ได้ผลจริง และควรใช้อะไรดี

บทความนี้ หมอเอ็ม นายแพทย์มนตรี อุดมประเสริฐกุล เป็นแพทย์ประจำเอ็มวีต้าคลินิก จะมาไขข้องใจว่า สิวอุดตัน คืออะไร? เกิดจากอะไร? ประเภทของสิวชนิดนี้มีอะไรบ้าง มีวิธีรักษามีอะไรบ้าง? ตั้งแต่สาเหตุ ประเภท ไปจนถึงแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด

สิวอุดตัน คืออะไร

สิวอุดตันคืออะไร-01

สิวอุดตัน (Comedone) คือสิวชนิดที่ไม่อักเสบ (Non inflammatory acne) เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน (Ductal hypercornification) เปรียบเสมือนท่อระบายน้ำที่ตัน ทำให้ไขมันหรือซีบัม (Sebum) ที่ผลิตจากต่อมไขมันไม่สามารถระบายออกมาได้ เมื่อไขมันเหล่านี้รวมตัวกับเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วและสิ่งสกปรก ก็จะก่อตัวเป็นก้อนแข็งเล็ก ๆ ที่เรียกว่า “คอมีโดน” หรือหัวสิวอุดตันนั่นเอง ลักษณะของสิวอุดตันจะเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ แข็ง ๆ เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเป็นไตอยู่ใต้ผิวหนัง ในระยะแรกอาจมีขนาดเล็ก แต่จะค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นหากไม่ได้รับการแก้ไข

สิวอุดตันมีลักษณะอย่างไร

สิวอุดตันมีลักษณะอย่างไร -01

สิวอุดตัน มีลักษณะเป็นหัวเม็ดนูนเป็นตุ่มกลมเล็ก ๆ อยู่ตามรูขุมขน หากใช้มือคลำดูจะรู้สึกเป็นก้อนแข็ง ๆ เล็ก  ๆ อยู่ใต้ผิว เมื่อเกิดขึ้นมา ลักษณะของสิวจะมีลักษณะเป็นเม็ดกลม ในระยะแรก และจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป การอุดตันจะค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้น จึงมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกวิธี

รักษาสิวกับแพทย์
Line @ : @mvitaclinic

เจาะลึก! สิวอุดตันเกิดจากสาเหตุอะไร

สิวอุดตันเกิดจากสาเหตุอะไร-01

รูขุมขนเป็นโครงสร้างที่อยู่ในผิวหนังของเราทั่วร่างกาย ยกเว้นเพียงไม่กี่บริเวณเช่น ฝ่ามือเดี๋ยวเรามาดูกันว่ารูขุมขนประกอบด้วยส่วนประกอบอะไรบ้างนะครับ

สิวอุดตัน เกิดจากอะไร

สาเหตุการเกิดสิว

สิวอุดตันเกิดจากกลไกการทำงานที่ซับซ้อนใต้ผิวหนัง ซึ่งมีต้นตอมาจากหลายปัจจัยที่ทำงานร่วมกัน โดยสิวอุดตันเกิดจาก 2 กลไกหลักที่ทำงานร่วมกันใต้ผิวหนัง ดังนี้

1. ต่อมน้ำมัน (Sebaceous gland) 

ปัจจัยแรกคือการที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ซึ่งปกติแล้ว ฮอร์โมนเพศชาย หรือ แอนโดรเจน (Androgen) ซึ่งมีอยู่ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง เป็นตัวควบคุมการผลิตน้ำมันของต่อมไขมัน เมื่อฮอร์โมนนี้มีระดับสูงขึ้น (เช่น ในช่วงวัยรุ่น) จะกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดการอุดตันได้ง่ายขึ้น นี่เลยเป็นสาเหตุที่ทำไมเด็ก ๆ ถึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องสิว แต่พอเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเป็นต้นไป ถึงมีสิวเห่อขึ้นมาก ก็เป็นเพราะฮอร์โมนนี่แหละครับ

2. รูขุมขน (Ductal Hypercornification)

ปัจจัยที่สองคือการที่ภายในรูขุมขนมีการอุดตันเกิดขึ้น อาจเกิดจากการแบ่งตัวของเซลล์ผิวที่อยู่ในท่อรูขุมขนผิดปกติ หรืออาจเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมันบางชนิดเข้าไปสะสมจนปิดกั้นทางออกของน้ำมัน ทำให้ซีบัมคั่งค้างและกลายเป็นสิวอุดตันในที่สุด รวมถึงสารเคมีบางอย่าง ที่เมื่อทาลงบนผิวแล้วอาจจะเข้าไปอุดตันรูขุมขนได้ นี่เลยเป็นสาเหตุที่ครีมบางตัวเราใช้แล้วอุดตันนั่นเองครับ

ปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้สิวอุดตันเห่อ

นอกเหนือจากกลไกหลักแล้ว ยังมีปัจจัยกระตุ้นอีกหลายอย่างที่ทำให้สิวอุดตันถามหาคุณได้ง่ายขึ้น

1. พันธุกรรม 

พันธุกรรมมีส่วนอย่างมากที่จะกำหนดว่า ท่านใดจะมีโอกาสเกิดสิวอุดตันได้ง่าย หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นสิวอุดตัน ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ หรือญาติทั้งฝ่ายพ่อและฝ่ายแม่ก็ได้ครับ ถ้าหากว่าในครอบครัวของท่าน มีท่านใดที่มีปัญหาสิวค่อนข้างเยอะ ตัวท่านเองก็มีแนวโน้มที่จะเกิดสิวได้ง่ายเช่นกัน 

2. ฮอร์โมน 

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนก็มีผลทำให้เกิดสิวอุดตันได้ง่ายเช่นเดียวกัน กรณีนี้อาจเรียกว่า สิวฮอร์โมนก็ได้ครับ โดยปกติแล้วเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างมาก ร่างกายจะมีการผลิตฮอร์โมนเพศออกมามากขึ้น รวมถึงช่วงก่อนมีประจำเดือนในผู้หญิง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สิวเห่อ

3. อาหารการกิน 

งานวิจัยในปัจจุบันพบว่าอาหารที่มีส่วนทำให้เกิดสิวได้ง่ายขึ้นได้แก่ “อาหารประเภทนมและน้ำตาล” เนื่องจากอาหารในกลุ่มนี้ อาจทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตันนั่นเอง

อาหารประเภทนมและน้ำตาลกลุ่มนี้มีอะไรบ้าง?

  • นมวัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นมไขมันต่ำ (Low fat milk) นมพร่องมันเนย (Skim milk)
  • อาหารที่มีน้ำตาลสูง หรือมี Glycemic index สูง เช่น ขนมปังขาว ข้าวขาว ของหวาน เบเกอรี่ และชานมไข่มุก

4. เครื่องสำอางและสกินแคร์ 

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลายชนิดที่มีส่วนผสมของน้ำมันมากก็สามารถทำให้เกิดการอุดตันที่ผิวได้ง่ายขึ้นครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันหลายชนิดเลยมีคุณสมบัติที่เรียกว่า Comedogenicity หรือความสามารถที่จะก่อให้เกิดสิวเมื่อใช้กับผิวนั่นเอง ดังนั้นก่อนซื้อผลิตภัณสกินแคร์เราควรอ่านส่วนผสมแล้วเลือกสกินแคร์ที่จะอุดตันผิวน้อยที่สุด จะได้ลดการเกิดสิวอุดตันได้ อีกทั้งควรทำความสะอาดผิวให้เหมาะสม เพราะการทำความสะอาดผิวหน้าไม่หมดจด เป็นสาเหตุยอดฮิตของการเกิดสิวอุดตัน

ชนิดของสิวอุดตันใต้ผิวหนัง

สิวอุดตันมีกี่ชนิด แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไรบ้าง สำหรับบทความในส่วนนี้หมอจะมาอธิบายประเภทของสิวอุดตัน ว่ามีกี่ชนิด แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะครับ

ชนิดของสิวอุดตันใต้ผิวหนัง-01

สำหรับบทความในส่วนนี้หมอจะมาอธิบายประเภทของสิวอุดตัน ว่ามีกี่ชนิด แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะครับ

1. สิวหัวขาว (Whiteheads)

สิวหัวขาวหรือ สิวอุดตันชนิดหัวปิด(Closed comedone) มีลักษณะเป็นตุ่มกลมเล็กแข็งสีเดียวกับผิวหนัง ซึ่งเมื่อใช้มือดึงผิวหนังให้ตึง หรือใช้มือคลำ จะเห็นได้ชัดเจนขึ้น

2. สิวหัวดำ (Blackheads)

สิวหัวดำ หรือ สิวอุดตันชนิดหัวเปิด (Open comedone) ลักษณะเป็นตุ่มกลมเล็กแข็ง คล้ายๆ สิวหัวขาวแต่จุดแตกต่างคือตรงบริเวณยอดจะมีรูเปิดและมีก้อนสีดำอุดอยู่ ก้อนสีดำที่อยู่ตรงบริเวณยอดของสิวหัวดำนั้น คือหัวสิวที่โผล่พ้นรูขุมขนออกมา เนื่องจากหัวสิวนี้เป็นไขมันจึงทำปฏิกิริยา Oxidation กับอากาศ รวมทั้งมีการสะสมของเมลานิน จึงเห็นเป็นสีดำนั่นเอง

3. สิวอุดตันไม่มีหัว (Microcomedone)

สิวอุดตันอีกชนิดหนึ่งคือสิวแบบไม่มีหัว ลักษณะจะเป็นคล้าย ๆ สิวผดเล็ก ๆ เป็นตุ่มกลม ๆ ขนาดเล็กมาก สิวชนิดนี้จริง ๆ แล้วก็คือสิวหัวขาวระยะแรกเริ่มนั่นเอง เมื่อมีการอุดตันเกิดขึ้นจะเริ่มเกิดคอมิโดนใต้ผิว แต่ในระยะแรกยังมีขนาดเล็กมาก จึงอาจจะยังคลำไม่ได้ จะเห็นแค่เป็นลักษณะตุ่มนูนเล็กนิดเดียว ซึ่งสิวแบบนี้ส่วนใหญ่จะกดหรือบีบออกไม่ได้ เพราะขนาดเล็กเกินไป

รักษาสิวกับแพทย์
Line @ : @mvitaclinic

สิวอุดตันขึ้นบริเวณไหนได้บ้าง

สิวอุดตันขึ้นบริเวณไหนได้บ้าง-01

โดยปกติแล้วสิวอุดตันสามารถขึ้นได้บนผิวหนังทุกบริเวณของร่างกาย แต่จุดที่พบได้บ่อย ได้แก่ ที่ใบหน้า ใต้คาง แผ่นหลัง และหน้าอก เนื่องจากจุดเหล่านี้จะค่อนข้างมีการขับน้ำมันจากต่อมน้ำมันใต้ผิวเยอะกว่าบริเวณอื่น

ตำแหน่งที่ขึ้นในบางครั้งสามารถบ่งบอกถึงสาเหตุได้เช่นกัน

สิวอุดตันที่แก้ม

สำหรับสิวอุดตันที่แก้มโดยปกติมักมีความเกี่ยวข้องกับเครื่องสำอาง และการแต่งหน้า โดยเฉพาะกรณีสิวที่แก้ม หรือขึ้นที่บริเวณสองข้างแก้มพอ ๆ กัน 

เนื่องจากบริเวณแก้ม มักเป็นบริเวณที่หลาย ๆ ท่านเวลาที่แต่งหน้า จะลงเครื่องสำอางหลายชั้นเช่นลงไพรเมอร์ รองพื้นลงแป้งฝุ่น บลัชออน คอนซีลเลอร์ ฯลฯ โดยรวมแล้วค่อนข้างหลายขั้นตอน ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะเกิดการอุดตันจากเครื่องสำอางได้ง่ายมาก

อีกสาเหตุหนึ่งที่พบได้บ่อยมาก ๆ เช่นกันก็คือการใส่หน้ากากอนามัย เนื่องจากการใส่แมสก์ตลอดเวลาทั้งวัน ทำให้ผิวหนังใต้แมสก์มีอุณหภูมิสูงขึ้น และมีความอับชื้นซึ่ง สิ่งเหล่านี้อาจกระตุ้นให้แบคทีเรียที่ผิวหนังเจริญเติบโตได้ดีขึ้น ส่งเสริมให้เกิดสิวได้ง่ายขึ้นด้วย

สิวอุดตันที่คาง

สำหรับสิวที่คางพบได้บ่อยในคนไข้ผู้หญิง มักจะสัมพันธ์กับฮอร์โมนในรอบเดือน โดยอยู่ในช่วงอายุประมาณ 20 ถึง 40 ปี ในบางเคสสิวขึ้นคางอาจจะมาในรูปของสิวเสี้ยน เป็นหนาม ๆ เห็นได้ชัดเวลาที่เราเม้มปากให้คางตึงก็ได้เช่นกัน

สิวอุดตันที่หน้าผาก

บริเวณหน้าผากถือเป็นจุดที่สิวอุดตันขึ้นมากที่สุด ในบางครั้งรูขุมขนก็อุดตันไปด้วยคราบไขมันส่วนเกิน หรือบางท่านสัมพันธ์กับฮอร์โมน มักพบในคนไข้กลุ่มวัยรุ่น 10 – 20 ปี พอเริ่มโตขึ้นจะค่อย ๆ ลดไปเอง

อย่างไรก็ตาม ยังมีคนไข้อีกกลุ่มหนึ่งที่มีสิวขึ้นหน้าผากจากปัจจัยภายนอกโดยส่วนใหญ่ที่พบก็จะเกิดจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับเส้นผมเช่น แชมพู ครีมนวดผม แวกซ์หรือสเปรย์ใส่ผม หรือบางท่านอาจทำสีผม ดัดผมมา สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจทำให้ผิวเกิดการอุดตันกลายเป็นสิวขึ้นมาได้เช่นกัน

สิวอุดตันที่จมูก

สำหรับสิวที่จมูก มักเกิดจากฮอร์โมนและจะพบในคนไข้ที่มีช่วงอายุประมาณ 15 ถึง 35 ปี โดยส่วนใหญ่มักจะมาในรูปของสิวเสี้ยน ยกเว้นบางท่านที่มีอิทธิพลจากฮอร์โมนค่อนข้างสูงก็อาจจะเป็นหัวสิวอุดตันชัดเจนได้เช่นกัน

สิวที่จมูกนี้โดยส่วนใหญ่มักจะพบที่บริเวณปีกจมูกทั้งสองข้างและอาจจะลามไปตรงบริเวณข้าง ๆ จมูก นอกจากนี้อาจมีพบตรงบริเวณช่วงสันจมูกด้านบนใกล้ ๆ กับหัวคิ้วได้ครับ

สิวอุดตันที่หลัง หรือ สิวอุดตันที่หน้าอก

สิวที่หลังก็มีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนมากเช่นกัน มักจะพบในคนไข้ช่วงอายุประมาณ 15 ถึง 35 ปีและมักมีความเกี่ยวข้องกับเหงื่อ ความอับชื้นจากการออกกำลังกาย และการเสียดสีของเสื้อผ้าการเล่นกีฬา

สิวอุดตันแบบไหน..ควรพบแพทย์

กรณีที่มีสิวไม่มากนัก คนไข้อาจจะสามารถดูแลด้วยตัวเองได้ หากสิวไม่ลึกมากก็สามารถบีบออกเองได้ด้วยมือหรืออุปกรณ์ที่ต้องสะอาด ผ่านการกำจัดเชื้อครับ

แต่สำหรับสิวลักษณะดังต่อไปนี้หมอแนะนำว่าหากเป็นให้คนไข้รีบเข้าพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องโดยเร็วจะดีที่สุดครับ

  1. คนไข้ที่มีสิวจำนวนมากทั่วใบหน้าหรืออาจจะเป็นอุดตันเฉพาะจุดแต่มีจำนวนมากควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อรับการรักษากดออกอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการอักเสบหรือรอยแผลเป็นจากสิวตามมาครับ
  2. คนไข้ที่มีสิวแน่นทุกรูขุมขนติดกันเป็นกลุ่ม ๆ เคสแบบนี้การกดสิวจะยากมากครับ เพราะหัวสิวติดกัน ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการกดจะดีกว่ากดเองเพราะต้องใช้เทคนิคพิเศษในการกดครับ
  3. คนไข้อีกกลุ่มที่ควรพบแพทย์ก็คือท่านที่มีสิวที่อุดตันแบบลึก ชนิดที่ต้องดึงผิวให้ตึงถึงจะเห็นเป็นเม็ด ๆ คนไข้กลุ่มนี้ไม่แนะนำให้กดสิวด้วยตัวเองครับเพราะว่าตำแหน่งหัวสิวอยู่ลึกมาก เป็นการยากมากที่จะกดออกด้วยตัวเอง ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษครับ

การวินิจฉัยอาการสิวอุดตัน

สำหรับการวินิจฉัยสิวที่คนไข้มีว่าเป็นสิวอุดตันนั้น แพทย์สามารถทำได้ด้วยการตรวจผิวโดยตรง หากเห็น รอยโรคที่มีตรงกับลักษณะของสิวแล้วก็สามารถวินิจฉัยได้ทันที โดยไม่ต้องส่งตรวจห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม

แต่สิ่งที่สำคัญที่แพทย์จะต้องตรวจเพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติมนั้นคือ รูปแบบ (Pattern) ความรุนแรง (Severity) และการกระจายตัว (Distribution) ของสิวของคนไข้แต่ละท่านเพื่อประเมินถึงสาเหตุ และแนวทางการรักษานั่นเองสิวที่อุดตันบางรูปแบบ อาจบ่งบอกถึงปัญหาทางสุขภาพด้านอื่น ๆ ในกรณีนี้แพทย์อาจจะส่งตรวจห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม หรืออาจส่งตรวจอัลตร้าซาวนด์ เช่น ในคุณผู้หญิงที่แพทย์สงสัยภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovarian Syndrome) ซึ่งจะมีฮอร์โมนเพศชายมากกว่าปกติ เป็นต้นครับ

รักษาสิวกับแพทย์
Line @ : @mvitaclinic

สิวอุดตัน รักษาอย่างไรให้เหมาะสม

การรักษาสิวอุดตัน ที่ได้ผลดีที่สุดคือการรักษาแบบผสมผสาน เพื่อกำจัดสิวเก่าและป้องกันการเกิดสิวใหม่ไปพร้อมกัน

1. กินยารักษาสิวอุดตัน

สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวอุดตันรุนแรง การกินยารักษาสิวจะช่วยลดการเกิดสิวใหม่ได้ผลดี ซึ่งยารักษาแบบกินที่นิยมใช้ คือ อโสเตรติโนอิน (Isotretinoin) เป็นอนุพันธ์ของกรดวิตามินเอ ออกฤทธิ์โดยตรงที่ต่อมไขมัน ทำให้ผลิตน้ำมันลดลงและลดการอุดตันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยาตัวนี้มีผลข้างเคียงและเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ จึงต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด

2. ทายารักษาสิวอุดตัน

สำหรับการรักษาสิวอุดตันด้วยยาทา เป็นวิธีหลักในการละลายหัวสิวและลดการอุดตัน ยาที่นิยมใช้มีดังนี้

1. ยาทากลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอ (Topical Retinoids)

ยาทากลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอ เป็นยาทาหลักในการรักษาสิวที่อุดตัน ออกฤทธิ์ช่วยยับยั้งการเกิดสิวในระยะแรกเริ่ม รักษาได้ทั้งแบบหัวปิดและหัวเปิดที่มีความรุนแรงระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง 

โดยการออกฤทธิ์ของยากลุ่มนี้ จะช่วยยับยั้งการอุดตันของรูขุมขน แล้วทำให้สิวที่มีอยู่หลวมตัวขึ้นและหลุดออก ดังนั้นจึงทำให้สิวเก่าหลุดไปและทำให้สิวใหม่ขึ้นน้อยลง ช่วยลดการเกิดสิวใหม่ นอกจากนี้ตัวยายังช่วยลดการอักเสบของสิว และช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าอีกด้วยครับ

สำหรับยาทาในกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ Topical Retinoids นี้ปัจจุบันมีหลายตัว และมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • TRETINOIN (Retin-A3, Retacnyl) : มีคุณสมบัติละลายสิวได้ดีมาก แต่ระคายเคืองได้ง่าย 
  • ADAPALENE  (Differin) : เหมาะกับผู้ที่มีผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองผิวน้อยกว่า มีคุณสมบัติละลายสิวได้ดีมาก ออกฤทธิ์ไว ตัวยาไม่ไวต่อแสง แต่ทำให้ผิวไวต่อแสง จึงควรทากันแดดและหลีกเลี่ยงแสงแดดจะดีที่สุดครับ

ดังนั้น จะเห็นได้ว่ายาในกลุ่มนี้เป็นยาที่ช่วยเรื่องสิวได้ดีมาก แต่หากคุณมีประวัติผิวแพ้ง่าย ยาบางตัว งดใช้ กับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร สิ่งสำคัญคือต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มการรักษา ภายใต้การดูแลของแพทย์จะได้รับผลการรักษาที่ดีและปลอดภัยกว่าครับ

2. ยาทากลุ่มเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide)

เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ ออกฤทธิ์ทำงานโดยลดปริมาณแบคทีเรียบนผิวหนังและช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน มีความเข้มข้นตั้งแต่ 2.5% – 5% อาจเกิดอาการระคายเคืองได้ในกรณียามีความเข้มข้นมาก ไม่เหมาะกับผิวที่บางและแพ้ง่าย เริ่มแรกควรใช้ในความเข้มข้นต่ำก่อน ทาทิ้งไว้ 2-5 นาที แล้วล้างออก ผลลัพธ์ถือว่าดีและเร็วโดยจะเริ่มเห็นว่าสิวค่อย ๆ ดีขึ้นตั้งแต่ในช่วง 1 สัปดาห์หลังเริ่มใช้ยาเป็นต้นไป ทั้งนี้ควรอยู่ในการดูแลและคำแนะนำของแพทย์นะครับ

3. ยาทากรดอะเซเลอิค (Azelaic acid) 

ยาทากรดอะเซเลอิค (Azelaic acid) เป็นกรดสกัดจากธรรมชาติที่นำมาใช้เป็นยารักษาสิวที่มีความรุนแรงน้อยถึงปานกลาง ยาทาตัวนี้ช่วยในเรื่องของการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย C.acnes และมีฤทธิ์ละลายสิวอุดตันได้ด้วยครับ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการรักษารอยดำจากสิว ได้อีกด้วย ตัวยาจะอยู่ในรูปครีม ความเข้มข้น 20% 

วิธีใช้ : ให้ทาบาง ๆ วันละ 2 ครั้ง

ผลข้างเคียง / ข้อควรระวัง : ยาทากรดอะเซเลอิค อาจทำให้มีอาการคันระคายเคืองได้ในบางท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงประมาณ 1-2 สัปดาห์แรกหลังเริ่มทา ควรทาบาง ๆ ไม่โปะหนาครับ

4. ยาทากลุ่มกรดซาลิไซลิก Salicylic acid

ยากลุ่มนี้จัดเป็น BHA ( beta hydroxy acid ) พบได้ในครีมหรือเครื่องสำอางที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์มากมาย ความเข้มข้นที่ใช้อยู่ที่ 0.5 หรือ 2 เปอร์เซ็นต์

วิธีใช้ : วันละ 1-2 ครั้ง งดใช้ในที่ท่านที่มีผิวแห้งลอกและแพ้ง่าย อาจทำให้ระคายเคืองได้ เนื่องจากยามีความเป็นกรดครับ

คุณสมบัติการรักษา : การทำงานของกรดซาลิไซลิกนี้ จะผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก จะยับยั้งการสร้าง comedone ที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว และยังช่วยลดการอักเสบได้ด้วยครับ

5. ยาทาที่มีส่วนผสมของกำมะถัน Sulfur

ยาทาที่มีส่วนประกอบของกำมะถัน หรือ Sulfur มีคุณสมบัติในการละลายสิว จึงสามารถใช้ช่วยรักษาปัญหาสิวที่อุดตัน ซัลเฟอร์ช่วยลดน้ำมันส่วนเกินบนผิว ทำให้สิวแห้งและหลุดออกมา

วิธีใช้ : ทาบาง ๆ บริเวณที่เป็นสิว วันละ 1-3 ครั้ง หลีกเลี่ยงการทาบริเวณรอบดวงตา ริมฝีปาก และบริเวณผิวที่บอบบางหรือมีแผลเปิด 

คุณสมบัติการรักษา : กำมะถันมีคุณสมบัติเป็นเคราโตไลติก (Keratolytic) ซึ่งช่วยในการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่ตายแล้วให้หลุดออก ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน นอกจากนี้กำมะถันยังมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ช่วยดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้า ทำให้สิวแห้งและยุบตัวเร็วขึ้น

3. กดสิว

การรักษาสิวด้วยวิธีกดสิว จะเป็นการใช้เข็มที่ปราศจากเชื้อ สะกิดเปิดหัวสิว และใช้อุปกรณ์พิเศษที่ออกแบบมาเพื่อการกดสิวโดยเฉพาะ เช่น ไม้กดสิว ทำการกดหัวสิวที่อุดตันอยู่ออกมา การกดสิวเป็นการรักษาสิวอุดตันที่ทำให้สิวเดิมลดลงได้เร็ว และหากทำร่วมกับการรักษาสิวด้วยวิธีอื่น ๆ เช่นการใช้ยาทา ยากิน รวมถึงเลเซอร์รอยสิวเพื่อป้องกันการเกิดสิวใหม่แล้ว จะทำให้สิวดีขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ๆ ครับ

ข้อควรระวังในการกดสิว ควรกดสิวโดยแพทย์หรือผู้ที่มีความชำนาญเท่านั้น เพราะต้องใช้อุปกรณ์ที่สะอาดและเทคนิคที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันการติดเชื้อและรอยแผลเป็น หากกดสิวด้วยตัวเองมักทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น

รักษาสิวกับแพทย์
Line @ : @mvitaclinic

 ข้อปฏิบัติหลังกดสิว ควรใช้อะไรดี 

  • หลังกดสิว ผิวอาจจะมีรอยแดง บวมเล็กน้อย ซึ่งจะค่อย ๆ หายไปเองในเวลาประมาณ 1-3 วัน ระหว่างนั้นหากรู้สึกบวมมากอาจใช้น้ำแข็งประคบตรงที่กดสิวได้ครับ
  • งดการผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดผลไม้ ขัดสครับผิว อย่างน้อย 3 วัน
  • หลังกดสิวคนไข้สามารถใช้ยาทาสิวได้ปกติ จะทำให้สิวขึ้นใหม่น้อยลง และยังช่วยสมานแผลได้ด้วยครับ
  • พยายามงดแต่งหน้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจดที่สุดในทุกครั้งที่ล้างหน้า เพื่อลดโอกาสการเกิดสิวอุดตันใหม่
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหน้าโดยไม่จำเป็น เพื่อเป็นการลดโอกาสที่ผิวโดยเฉพาะบริเวณที่กดสิวจะสัมผัสกับเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกครับ

4. เลเซอร์สิว

เลเซอร์สิวอุดตันเป็นการใช้เลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ (carbon dioxide laser) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า CO² Laser นั่นเองครับ เลเซอร์ตัวนี้จะมีคุณสมบัติในการกรอผิว หรือที่เรียกว่า Ablative laser นั่นเอง โดยแพทย์จะนำ Co2 Laser เพื่อเปิดหัวสิวก่อนทำการกด ทำให้สามารถกดสิวที่อยู่ลึก ๆ ออกได้ง่ายขึ้นนั่นเองครับ ซึ่งการเลเซอร์สิวอุดตันนั้นเจ็บน้อยกว่าการใช้เข็ม (มักมีการทายาชาก่อนทำ) แต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า เสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหลังทำมากกว่า และใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า

ข้อดีของการทำเลเซอร์สิว

เลเซอร์สิวจะช่วยให้การกดสิวอุดตันทำได้เร็วขึ้นและทำให้สามารถกดสิวที่อยู่ลึก ๆ ออกได้ง่ายขึ้น

คนไข้บางท่านอาจจะรู้สึกเจ็บน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการกดสิวแบบปกติที่ใช้เข็มเปิดทาง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะก่อนการทำเลเซอร์ส่วนใหญ่คนไข้จะได้รับการทายาชานำด้วยครับ

ข้อเสียของการทำเลเซอร์สิว

มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าค่อนข้างมากหากเทียบกับการกดสิวธรรมดา หลาย ๆ ที่มักจะคิดเป็นจุด จุดละ 10 บาท 15 บาทหรือบางที่อาจจะแพงกว่านั้นซึ่งเมื่อคูณจำนวนของสิวแล้ว ก็ค่อนข้างเป็นจำนวนเงินที่สูงพอสมควร

หลังทำคนไข้มีแนวโน้มที่จะเป็นรอยดำรอยแดงหรืออาจเกิดแผลเป็นง่ายกว่าการกดสิวแบบธรรมดา เนื่องจากการใช้เลเซอร์เปิดทาง อาจทำให้ผิวเกิดความร้อน จึงมีแนวโน้มที่จะมีแผลตามมาได้ง่ายกว่า

หลังกดสิวคนไข้จะมีช่วงต้องพักฟื้นนานกว่าการกดสิวปกติ โดยทั่วไปประมาณ 7-10 วัน ส่วนการกดสิวปกติพักฟื้นประมาณ 1-3 วัน

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเป็นสิวอุดตัน

  1. รักษาความสะอาดของผิว: ล้างหน้าวันละ 2 ครั้งด้วยคลีนเซอร์ที่อ่อนโยนและไม่ทำให้ผิวแห้ง หลีกเลี่ยงการสครับผิวเพราะอาจทำให้ระคายเคืองและทำให้สิวแย่ลงอาจกลายเป็นสิวอักเสบได้
  2. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
  3. หลีกเลี่ยงการแกะหรือแกะสิว: สิ่งนี้สามารถนำไปสู่การเกิดสิวอักเสบ รอยแดง รอยดำ และแผลเป็น
  4. ปกป้องผิวของคุณจากแสงแดด: ใช้ครีมกันแดดที่ไม่เหนียวเหนอะหนะที่มีค่า SPF อย่างน้อย 30
  5. จัดการกับความเครียด สาเหตุหนึ่งของการเป็นสิวนะครับ
  6. ไม่ส่องกระจกบ่อยนะครับ
  7. พักผ่อนให้เพียงพอ

สิวอุดตันแบบไหนที่ควรรีบพบแพทย์?

  •  มีสิวอุดตันจำนวนมากทั่วใบหน้า
  •  สิวขึ้นเป็นกระจุกแน่นติดกัน กดออกได้ยาก
  •  สิวอุดตันอยู่ลึกมาก มองเห็นเป็นไตแข็งใต้ผิวเมื่อดึงผิวให้ตึง
  •  ลองรักษาด้วยตัวเองแล้วอาการไม่ดีขึ้น

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดสิวอุดตันซ้ำ

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดสิวอุดตัน
  1. ทำความสะอาดผิวหน้าให้เกลี้ยงที่สุด กรณีแต่งหน้าควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก เพื่อลดการอุดตัน
  2. แต่งหน้าให้น้อยลง ลดโอกาสการอุดตันของสิว
  3. ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อ่อนโยน หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมรุนแรง เช่น แอลกอฮอล์และน้ำหอม เนื่องจากอาจทำให้ผิวระคายเคืองและทำให้ผิวแห้งได้
  4. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (Non-Comedogenic) มองหาสัญลักษณ์นี้บนผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอาง
  5. รักษาความชุ่มชื้น ใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว โดยไม่อุดตัน และดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้ผิวของคุณชุ่มชื้นและขับสารพิษออก
  6. ปกป้องผิวจากแสงแดด โดยใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปและไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการอุดตัน
  7. หลีกเลี่ยงการสัมผัส แกะ หรือบีบสิว เพราะจะยิ่งกระตุ้นการอักเสบและทิ้งรอยแผลเป็น
  8. เลือกรับประทานผักผลไม้สด งดการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาล ของมัน ของทอด ผลิตภัณฑ์จากนมวัว และอาหารแปรรูป เนื่องจากสามารถเพิ่มการอักเสบในร่างกายและทำให้เกิดสิวได้
  9. จัดการกับความเครียด ความเครียดสามารถกระตุ้นฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิวได้ครับ
  10. เก็บผม และกรณีใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม ควรให้ห่างจากใบหน้า เช่น น้ำมันและผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม สามารถอุดตันรูขุมขนและทำให้เกิดสิวได้
  11. นอนหลับให้เพียงพอ การนอนหลับมีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม รวมถึงสุขภาพผิวเพื่อช่วยป้องกันการเกิดสิว

รักษาสิวอุดตันที่ไหนดี 

การเลือกคลินิกรักษาสิวที่ไหนดี มีความสำคัญมาก ๆ เลยครับ จะหาคลินิกที่มีความปลอดภัย เห็นผล และแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และคลินิกที่ให้บริการรักษานั้นก็มีมากมาย ในการที่คนไข้จะตัดสินใจเลือกรับบริการรักษาสิวที่ไหนดีนั้น มาดูกันครับว่าควรเลือกจากอะไร

  1. การบริการ การบริการเป็นอันดับแรก ๆ ของการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นการบริการจากคุณหมอ หรือตัวพนักงาน แน่นอนต้องไม่ยัดเยียดคอร์สให้ เริ่มต้นจากการโทรเข้าไปสอบถามทางโทรศัพท์เป็นอันดับแรก การพูดคุย การบริการขั้นต้นผ่าน ขั้นตอนการดูถัดไปคือการบริการหน้าคลินิก และการบริการหลังการรักษา มีพนักงานโทรมาสอบถามหรือไม่
  2. ดูความน่าเชื่อถือ ต้องมีการเปิดเผยชื่อคุณหมอ เพื่อนำมาตรวจสอบใบอนุญาตของคุณหมอ และการเปิดคลินิกนั้นต้องมีเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก โดยเช็กได้จาก https://checkmd.tmc.or.th/ ครับ *ปลอดภัยไว้ก่อน*
  3. คุณหมอควรเป็นแพทย์เฉพาะทางในการรักษา เลือกคุณหมอที่เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะเท่านั้น เพื่อให้การรักษาย่างตรงจุด และมีความรู้เรื่องการรักษาแบบจริง ๆ และอีกหนึ่งอย่างที่ไม่ควรลืมดูคือ ใบเซอร์ หรือ Certificated การันตีต่าง ๆ ครับ
  4. รีวิวการรักษา ดูรีวิวรักษารอยสิวของทางคลินิก สามารถดูได้จาก Google รีวิวใน Google Map นอกจากนั้นเราจึงไปตามดูรีวิวจากที่อื่น ๆ เช่น Youtube และ Facebook รวมถึงหน้า Website หรือทาง Pantip ครับผม
  5. อุปกรณ์ทันสมัย และสะอาดปลอดภัย ความเชี่ยวชาญของคุณหมอ รวมถึงเทคนิคการใช้เครื่องเลเซอร์ เทคนิคในการรักษาด้วยนะครับ
  6. สถานที่ ทำเล เวลา เปิด – ปิด ความสะดวกสบาย มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น มีที่จอดรถไหม MRT BTS เดินทางง่าย มีที่จอดรถหรือไม่ รวมถึงวันเวลา เปิด – ปิด ที่ตรงกับที่เราสะดวก
รักษาสิวกับแพทย์
Line @ : @mvitaclinic

รักษาสิวอุดตันที่เอ็มวีต้าคลินิก

วิธีการรักษาสิวของคลินิกแต่ละที่ อาจจะมีความแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิค และประสบการณ์ของหมอแต่ละท่านด้วย ซึ่งไม่มีวิธีไหนที่ถือว่าเป็นวิธีที่ถูกต้องมากที่สุด และคนไข้ก็สามารถศึกษา และเลือกรักษาด้วยวิธีที่พึงพอใจ โดยอาจจะดูที่ผลการรักษาและข้อมูลต่าง ๆ ประกอบกัน

สำหรับที่ เอ็มวีต้าคลินิก หมอเน้นการรักษาที่เห็นผลจริงและปลอดภัยสูงสุด สำหรับสิวอุดตัน หมอมีประสบการณ์ว่า การกดสิวอย่างถูกวิธีโดยผู้ชำนาญร่วมกับการใช้ยาที่เหมาะสม ให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม ปลอดภัย และเกิดรอยหลังทำน้อยกว่าการใช้เลเซอร์ ซึ่งช่วยให้คนไข้ประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

เรามีโปรแกรม Medi-Aclear ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลปัญหาสิวและรอยสิวแบบครบวงจร ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาสิวอุดตันร่วมกับสิวประเภทอื่น ๆ เพื่อคืนผิวใสไร้สิวให้กับคุณ

รักษาสิวอุดตัน ราคา

รักษาสิวควบคู่กับการเลเซอร์ สำหรับผู้ที่ยังเป็นสิวต่างร่วมอยู่ด้วย ชื่อโปรแกรมว่า Medi-Aclear ครับ จะตอบโจทย์ และให้ผลลัพธ์ที่ดี อย่างชัดเจน ทั้งเรื่องสิว รอยดำ รอยแดง จากสิวครับ

รักษาสิวอุดตัน ราคา
รักษาสิวอุดตันราคาเท่าไหร่
รักษาสิวกับแพทย์
Line @ : @mvitaclinic

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิวอุดตัน ( Q & A )

Q : สิวอุดตันหายเองได้ไหม

สิวอุดตันสามารถหายเองได้ในบางกรณีเท่านั้นครับ แต่หากทิ้งไว้ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดสิวอักเสบที่รักษาได้ยากตามมา ดังนั้นทางที่ดีไม่ควรปล่อยให้หายเอง เมื่อเกิดสิว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาอย่างถูกต้องและปลอดภัยดีกว่านะครับ

Q : สิวอุดตันบีบได้ไหม

ไม่แนะนำให้บีบแกะหรือกดสิวเองเด็ดขาด เพราะการบีบสิวเองอย่างผิดวิธีเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ทำให้สิวอักเสบลุกลาม และทิ้งรอยดำ รอยแดง หรือเป็นหนักขึ้นจนท้ายที่สุดกลายเป็นหลุมสิว ที่รักษายากกว่าเดิม

Q : รักษาสิวอุดตันด้วยตัวเองได้ไหม

รักษาสิวอุดตันด้วยตัวเอง สามารถทำได้ในกรณีที่มีสิวไม่มาก ด้วยการใช้ยาทาที่เหมาะสมตามคำแนะนำ แต่หากมีสิวเห่อรุนแรง แต่ในกรณีเป็นสิวเห่อทั้งหน้าและเป็นสิวจำนวนมากจนเสียความมั่นใจ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาอย่างถูกต้องและปลอดภัยดีกว่านะครับ

สรุปเรื่องสิวอุดตัน

สิวอุดตัน ถ้ารักษาไม่ถูกวิธี หรือหากปล่อยไว้อาจก่อให้เกิดผลเสียตามมาได้หลายอย่าง มันอาจจะกลายเป็นสิวอักเสบ ซึ่งหากเป็นรุนแรงมาก ๆ เช่น สิวหัวช้าง ก็อาจกลายเป็นรอยดำ รอยแดงจากสิว หรือกลายเป็นหลุมสิวได้ และรักษายากกว่าสิวอุดตันอีกนะครับ 

อย่างไรก็ตามแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางแผนการรักษา เพื่อผลลัพธ์ที่ดี ควบคู่กับการรักษาที่ถูกต้อง ถึงแม้ตามท้องตลาดจะมีให้ซื้อ แต่อยากให้อยู่ในการดูแลของแพทย์มากกว่า บางท่านอาจมีการแพ้ยา แพทย์ก็จะหลีกเลี่ยงยา และจ่ายยาตามอาการ หรือประเภทของสิวรวมถึงรอยสิวนั้น ๆ ครับ

คุณหมอเอ็มให้กำลังใจคนเป็นสิวทุกท่านนะครับ และอยากบอกทุกคนว่าสิวสามารถรักษาให้หายได้ หากรักษาถูกวิธีและตรงจุด ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หมอเอ็ม M Vita Clinic ยินดีให้คำปรึกษาฟรีครับ!

สามารถติดต่อนัดคิวพบหมอ หรือสอบถามโปรโมชั่น ได้ที่…

  • เปิด วันอังคาร – อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์)
  • อังคาร – ศุกร์ : 11:00 – 20:00 , เสาร์ – อาทิตย์ : 10:00 – 20:00
  • ตั้งอยู่บน ถนน อโศกมนตรี หรือสุขุมวิท 21 ตรงข้ามโรงพยาบาลจักษุรัตนิน ครับ
  • สามารถจอดรถได้ที่ คอนโด สุขุมวิท ลิฟวิ่ง ทาวน์ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ
  • เดินทางสะดวกได้ง่าย ๆ สำหรับคนที่ไม่มีรถ หรือเลี่ยงรถติด ก็มาง่ายมาก ๆ ครับเพราะร้านเรา ใกล้กับ MRT เพชรบุรี ออก Exit 2 เดินมา
  • ทางถนนอโศกมนตรี ประมาณ 200 เมตร ก็ถึง M Vita Clinic แล้วครับ

วันเผยแพร่

By หมอเอ็ม นพ.มนตรี อุดมประเสริฐกุล (Montri Udomprasertkul, M.D.)

แพทย์ประจำ M Vita Clinic เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม 33000

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ สามารถศึกษา นโยบายความเป็นส่วนตัว และจัดการความเป็นส่วนตัว ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า